Custom Search

อีซูซุร่วมสนับสนุนงานวิจัยไทย-ญี่ปุ่น “นวัตกรรมไบโอดีเซลจากพืชที่ไม่ใช่อาหาร” เพื่อวงการยานยนต์


กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ร่วมกับภาคีภาครัฐ และปตท. สนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการไทย-ญี่ปุ่นในโครงการ“นวัตกรรมไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากพืชที่ไม่ใช่อาหาร” ร่วมทดสอบน้ำมันไบโอดีเซลจากต้นสบู่ดำ โดยใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุด “Partial Hydrogenation” ซึ่งมีศักยภาพที่จะนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ในยานยนต์เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงทางพลังงานของชาติในอนาคต
มร. เอช. นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ท่ามกลางวิกฤตพลังงานที่เราต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ การค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับพลังงานทางเลือกเป็นทางออกที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างให้ความสนใจ อีซูซุในฐานะผู้นำด้านเครื่องยนต์ดีเซลของโลกเล็งเห็นความสำคัญของปัญหานี้ จึงให้การสนับสนุนโครงการ “นวัตกรรมไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากพืชที่ไม่ใช่อาหาร” ซึ่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการไทย - ญี่ปุ่นในการค้นคว้าวิจัยน้ำมันไบโอดีเซลทางเลือกจาก “ต้นสบู่ดำ” ที่น่าจะเป็นทางเลือกที่มีศักยภาพสูงในการใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ อีซูซุภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฯ โดยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้มอบเงินสนับสนุนทุนวิจัย พร้อมรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ รุ่นใหม่หมด!” และเครื่องยนต์อีซูซุซูเปอร์คอมมอนเรล 2500 ดีดีไอแก่ทีมวิจัยในการใช้ทดสอบประสิทธิภาพของไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากพืชที่ไม่ใช่อาหาร รวมทั้งช่วยเหลือด้านการทดสอบรถและเครื่องยนต์ซึ่งอีซูซุมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างสูงเพื่อให้เกิดความมั่นใจสูงสุดตามมาตรฐานของอีซูซุ นอกจากนี้กลุ่มอีซูซุยังจัดเตรียมห้องปฏิบัติการทดสอบสารมลพิษสำหรับการประเมินผลรถที่ใช้ไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากพืชที่ไม่ใช่อาหารอีกด้วย เราหวังว่าการวิจัยน้ำมันไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากสบู่ดำนี้จะมีศักยภาพที่จะนำมาใช้งานเชิงพาณิชย์ได้จะส่งผลให้เกิดความมั่นคง และเสถียรภาพทางด้านพลังงานของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้"
                            
โครงการ “นวัตกรรมไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากพืชที่ไม่ใช่อาหาร” เป็นความร่วมมือทางวิชาการระหว่างไทยและญี่ปุ่นในการค้นคว้าวิจัยน้ำมันไบโอดีเซลจากต้นสบู่ดำ โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Partial Hydrogenation ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลคุณภาพสูง และมีต้นทุนไม่สูงนักภายใต้ความร่วมมือของภาคีภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน  กระทรวงพลังงาน  และสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น   ต้นสบู่ดำนี้เป็นพืชที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย เติบโตง่าย มีความทนทานต่อความแห้งแล้งและแมลงได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญไม่ไปกระทบห่วงโซ่อุปทานของอาหาร  เพราะเป็นพืชที่ไม่สามารถนำมาใช้รับประทานได้ ไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากสบู่ดำซึ่งผ่านกระบวนการ Partial Hydrogenation นี้ทำให้สามารถผสมกับน้ำมันดีเซลได้ในสัดส่วนมากกว่า 5% (B5) ซึ่งเป็นสัดส่วนการผสมของเชื้อเพลิงดีเซลทั่วไปในท้องตลาดปัจจุบัน

ไบโอดีเซลสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ได้ หากแต่ปัจจุบันต้นทุนการผลิตยังมีราคาแพงกว่าดีเซลจากปิโตรเลียม  แต่ละประเทศจะใช้วัตถุดิบในการผลิตที่แตกต่างกันตามลักษณะภูมิอากาศและภูมิประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับอาหาร เช่น ประเทศไทยผลิตไบโอดีเซลจากปาล์มเป็นหลัก  ดังนั้น “ต้นสบู่ดำ” ซึ่งเป็นพืชที่ไม่สามารถใช้เป็นอาหารได้ จึงได้รับความสนใจในฐานะพืชพลังงานที่สามารถ นำมาผลิตไบโอดีเซลเพื่อความยั่งยืนในอนาคต ความร่วมมือทางวิชาการไทย - ญี่ปุ่นในโครงการ “นวัตกรรมไบโอดีเซลทางเลือกใหม่จากพืชที่ไม่ใช่อาหาร” จึงเป็นอีกหนึ่งความหวังใหม่เพื่อผลิตไบโอดีเซลที่มีคุณภาพที่สูงขึ้น และมีศักยภาพในการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคตอันใกล้  เนื่องจากมีต้นทุนการสร้างโรงงานหรือต้นทุนการผลิตอื่นๆ ที่ไม่สูงนัก อีกทั้งสามารถปรับเปลี่ยนจากโรงงานผลิตไบโอดีเซลอยู่เดิมได้ ซึ่งชุมชนต่างๆยังคงใช้ประโยชน์จากโรงงานแบบเดิมไว้ได้ นับเป็นการสร้างงานและความเป็นดีอยู่ดีของชุมชนตามวิถีอีซูซุ

เมื่อเร็วๆ นี้ นายบรมกช ลีนุตพงษ์ รองประธานกรรมการบริหาร “ไทยยานยนตร์ กรุ๊ป” ได้รับเกียรติเป็นผู้จับไปรษณียบัตร ให้แก่ผู้โชคดีที่จะได้รับรางวัลพิเศษ จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ รถยนต์โฟล์คสวาเกน รุ่นกอล์ฟ จีที 1.4 รถซีดานสปอร์ตคลาสสิค 4 ประตู มูลค่า 1,980,000 บาท กับรางวัลรถยนต์เฌอรี่ รุ่นบิ๊ก-บี รถตู้เอนกประสงค์ระดับหรู 14 ที่นั่ง มูลค่า 959,000 บาท ภายในงานพิธีจับไปรษณียบัตร “โครงการทายผลแชมป์ฟุตบอลยูโร 2012 ครั้งที่14” ของหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ณ  สำนักงานหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” ซึ่งผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ได้แก่
1.คุณฉวีวรรณ เขมะสุริจันทร์โญ จากกรุงเทพฯ    รางวัลรถยนต์โฟล์คสวาเกน รุ่นกอล์ฟ จีที 1.4
2.คุณแก้วตา วงศ์สุวรรณกิต จากปทุมธานี    รางวัลรถยนต์เฌอรี่ รุ่นบิ๊ก-ดี

ทั้งนี้ทาง “ไทยยานยนตร์ กรุ๊ป” รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการ “ไปรษณียบัตรทายผลฟุตบอลยูโร ปี 2012” ของหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” นับเป็นโครงการที่ส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาฟุตบอลให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และร่วมสร้างสีสันในการเชียร์ฟุตบอลยูโรให้มีความสนุกสนานมากขึ้น ทั้งได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนคนไทยเป็นอย่างดี โดยมีผู้ร่วมส่งไปรษณีบัตรสูงเกือบ 160 ล้านฉบับ นับเป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จสูงสุดสำหรับในปีนี้

เทคโนโลยียานยนต์แห่งโลกอนาคต เพื่อการเดินทางในเมืองหลวง



เซี่ยงไฮ้มีการคาดการณ์ว่าภายในปี พ.ศ. 2573 ประชากรกว่า 60 เปอร์เซนต์ของโลก จะอาศัยอยู่ในเขตชุมชนเมืองเป็นจำนวนมากถึง 8,000 ล้านคน ซึ่งอาจส่งผลทำให้มีความต้องการด้านระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแม้แต่ในปัจจุบันระบบดังกล่าวยังไม่สามารถตอบสนองต่อความเพียงพอได้มากนัก อินดัสทรี่ (เอสเอไอซี) ได้ร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการเดินทางของผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง พัฒนาระบบทางเลือกใหม่แห่งการขับขี่ของยานยนต์ในโลกอนาคต และได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยีอันล้ำยุคขึ้นภายใต้โครงการรถยนต์เทคโนโลยี อีเอ็น-วี

หรือ ที่ย่อมาจาก Electric Networked-Vehicle เป็นเทคโนโลยีที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์เพื่อลดข้อจำกัดในการเดินทาง และลดปัญญาด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี อีเอ็น- วี จะเป็นรถยนต์ขนาดสองที่นั่ง ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องความคับคั่งของการจราจร ปัญหาในการหาที่จอดรถ ปัญหาคุณภาพอากาศ และปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นในเมืองใหญ่
รถยนต์รุ่นดังกล่าวได้ถูกพัฒนาตามขึ้นตามหลักปรัชญาของประเทศจีน โดยมุ่งเน้นถึงความภาคภูมิใจ (Jiao/Pride) ความน่าหลงใหล (Miao/Magic) ความสนุกสนาน (Xiao/Laugh) ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นที่แตกต่างกันไป






“อีเอ็น-วี เป็นเทคโนโลยีซึ่งรวมเอาความก้าวหน้าด้านวิศวกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัดมาพลิกโฉมยานยนต์ยุคใหม่ จะทำให้การขับขี่ยานพาหนะในโลกอนาคตไม่จำเป็นต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง และจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และยังสามารถช่วยลดปัญหาด้านการจราจรและการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้อีกด้วย พร้อมกันนี้ยังสามารถสร้างความสนุกสนานในการขับขี่ และการออกแบบที่มีสีสัน”
สำหรับเทคโนโลยีนี้จะสามารถค้นหาข้อมูลการจราจรในเวลาปัจจุบันได้ทันที ทำให้สามารถเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างรวดเร็วที่สุด เทคโนโลยีใหม่นี่ยังรวมถึงระบบเครือข่ายไร้สายที่ผู้ขับขี่สามารถติดต่อกับผู้ขับขี่รายอื่น เพื่อนฝูง และลูกค้าได้ รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีอีเอ็น-วี ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักที่เบากว่าเพียง 500 กิโลกรัม และมีความยาวประมาณ 1.5 เมตรเท่านั้น เมื่อเทียบกับรถยนต์ในปัจจุบันที่มีน้ำหนักมากถึง 1,500 กิโลกรัม และยาวกว่าถึง 3 เท่า อีกทั้งยังต้องการพื้นที่ในการจอดรถมากกว่า 10 ตารางเมตร ซึ่งหมายความว่าที่จอดรถยนต์ทั่วไปสามารถรองรับรถยนต์เอ็นอี-วี ได้มากถึง 5 คัน
ทางด้านการออกแบบโดยอาศัยหลักปรัชญาของประเทศจีน โดยเริ่มตั้งแต่ความสนุกสนานในการขับขี่ (Xiao/Laugh) ที่ได้ถูกริเริ่มขึ้นโดยทีมออกแบบของ จีเอ็ม โฮลเดนประเทศออสเตรเลีย โดยเลือกสีฟ้าสดใสเป็นจุดเด่น ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากท้องทะเลในวันที่อากาศแจ่มใส ขณะที่รูปลักษณ์ที่เน้นถึงความภาคภูมิใจ (Jiao/Pride) ได้ถูกออกแบบโดยทีมงานออกแบบของ จีเอ็ม ยุโรป ที่มีต้นแบบมาจากรถไฟความเร็วสูงของประเทศญี่ปุ่น และหน้ากากที่ใช้ในการแสดงอุปรากรจีน ส่วนแนวคิดความน่าหลงใหล (Miao/Magic) ได้รับการออกแบบมาจากทีมงานของ จีเอ็ม ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นความแข็งแรง ทะมัดทะแมง
เมื่อแนวคิดทั้งสามมารวมกันจนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรถยนต์อีเอ็น-วี แสดงออกมาถึงรูปลักษณ์ภายนอกอันสง่างาม สีสันเย้ายวนใจ ส่วนภายในบ่งบอกถึงความหรูหรา ซึ่งคอนเซ็ปต์ในการออกแบบรถยนต์ อีเอ็น-วี นี้ เป็นการระดมความคิดของทีมออกแบบของจีเอ็มทั่วโลก” นาย เครย์ ดีน ผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบ บริษัท จีเอ็ม แห่งภูมิภาคอเมริกาเหนือ อะคลีลิก ซึ่งปัจจุบันนิยมใช้ในการผลิตรถยนต์เพื่อการแข่งขัน เครื่องบินรบ ยานอวกาศ เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน และมีน้ำหนักเบา การนำนวัตกรรมใหม่ทางด้านวัสดุเหล่านี้มาใช้ก่อให้เกิดโอกาสในการเรียนรู้สำหรับทีมงานการออกแบบของจีเอ็ม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนารยนต์แห่งโลกอนาคต

 “ในอนาคตเราจะเดินทางสัญจรไปในเมืองใหญ่ๆ อย่างนครเซี่ยงไฮ้ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยียานยนต์อันทันสมัย ผนวกกับโครงสร้างของระบบสาธารณูปโภคด้านการคมนาคมที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเทคโนโลยียานยนต์รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิทยาการใหม่ๆ ที่จะสามารถช่วยในเรื่องการเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม”







“ปทุมธานี มอเตอร์โชว์ 2012” ยอดจองกระหน่ำ ทะลุเป้า 7 วันโกยกว่า 900 คัน



              ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากสำหรับการจัดงานครั้งแรกของ “คุณจรวย ขันมณี” แห่งยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป ที่ได้รับความไว้วางใจจากโตโยต้า ให้จัดงาน “ปทุมธานี มอเตอร์โชว์ 2012” ผลตอบรับสำหรับผู้เข้าชมงานเป็นไปตามคาด จบงาน 7 วัน (19-25 ก.ค.55) ยอดจองรถยนต์

โตโยต้าทะลุเป้าโกยมากกว่า 900 คัน พร้อมคืนกำไรให้ลูกค้าเต็มพิกัดแจกทองรวมกว่าล้านบาท

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงยอดจองรถภายในงาน “ปทุมธานี มอเตอร์โชว์ 2012” หลังจากเสร็จสิ้นงานรวม 7 วัน (19-25 กรกฏาคม 2555) สูงถึง 972 คัน แบ่งเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจำนวน 541 คัน และ รถกระบะเพื่อการพาณิชย์จำนวน 431 คัน
รถโตโยต้าหลากหลายรุ่นได้รับความสนใจเป็นอย่างมากภายในงาน “ปทุมธานี มอเตอร์โชว์ 2012” ครั้งนี้ อันเนื่องมาจากเข้าหลักเกณฑ์ ตามนโยบายคืนภาษีให้กับประชาชนเมื่อซื้อรถคันแรกของรัฐบาล จึงส่งผลให้ลูกค้าในจังหวัดปทุมธานีและจังหวัดใกล้เคียง เข้าจองรถในงานนี้มากเป็นพิเศษ
อีกทั้งจำนวนยอดจองรถยนต์โตโยต้าดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อของผู้บริโภคในเขตจังหวัดปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง อยู่ในเกณฑ์ที่ดีกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงแคมเปญแจกทองรวมมูลค่ากว่าล้านบาท นับว่าเป็นแคมเปญสุดระทึกใจสำหรับผู้ที่จองรถภายในงาน จึงส่งผลให้ยอดจองรถยนต์รวมหลังเสร็จสิ้นงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ด้านนายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการ บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดงาน “ปทุมธานี มอเตอร์โชว์ 2012” เปิดเผยว่า “ความสำเร็จในการจัดงานครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่มอบความไว้วางใจให้ บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้ดำเนินงานในการจัดงานครั้งนี้ พร้อมทั้ง ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ทั้ง 5 รายในเขตจังหวัดปทุมธานีที่ร่วมสร้างความสำเร็จไปด้วยกัน ได้แก่ บริษัท โตโยต้าปทุมธานี ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด, บริษัท โตโยต้าเฟรนส์ชิป จำกัด, บริษัท โตโยต้า พาราก้อน มอเตอร์ จำกัด, บริษัท โตโยต้า เภตรา จำกัด บริษัท โตโยต้า พี.เอส. เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด
อีกทั้งขอขอบคุณ นายขจรศักดิ์ สิงโตกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ที่ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ปทุมธานี มอเตอร์โชว์ 2012” จึงส่งผลให้งานนี้ประสบความสำเร็จทั้งด้านผู้เข้าชมงาน รวมถึงจำนวนยอดจองรถที่สูงเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้”

“ทีเอสแอล”นำเข้า เบนท์ลี่ย์ นิว คอนทิเนนทัล จีที วี8 หรูหรา แรงเต็มกำลังระดับมาสเตอร์พีซ




ทีเอสแอล พร้อมให้ยลโฉม เบนท์ลี่ย์ คอนทิเนนทัล จีที วี8 รถหรูระดับมาสเตอร์พีซ สะกดทุกสายตาให้จับจ้อง ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นเหนือใคร สมรรถนะเต็มกำลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด4000 ซีซี พร้อมกำลังสูงสุดที่ 500 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรเพียง 4.8 วินาทีเท่านั้น สนุก เร้าใจ ปลอดภัยทุกการขับขี่ เคาะราคาเริ่มต้น 16 ล้านบาท เท่านั้น

นางสาวสุรีย์ภรณ์ อุดมผลวณิช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ทีเอสแอล ออโต้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายสุดยอดยนตรกรรมชั้นนำจากต่างประเทศ เปิดเผยว่า “ขณะนี้บริษัทได้นำเข้ารถเบนท์ลี่ย์ คอนทิเนนทัล จีที วี8 เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ด้วยไฮไลท์โดดเด่นของเครื่องยนต์ V8 ขนาด 4,000 ซีซี พลังความแรงระดับ 500 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรเพียง 4.8 วินาทีเท่านั้น ให้ความเร็วสูงสุดที่ 303 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมระบบหยุดรถปลอดภัยสูงสุดจากโรงงานผลิตระบบเบรกที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าดีที่สุด ตั้งราคาจำหน่ายไว้คันละ 16 ล้านบาท

“ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพและหรูหราตามแบบฉบับของเบนท์ลี่ย์ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้ลายไม้ร่วมสมัยที่สุดอย่างเนื้อไม้ Dark Fiddleback Eucalyptus อีกทั้งยังมีคอนโซลกลางที่โดดเด่นตามรูปแบบสปอร์ต รวมถึงการจัดวางตำแหน่งเครื่องยนต์และถังน้ำมันรูปแบบพิเศษใต้พื้นห้องโดยสารที่ทำให้ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายทุกการเดินทาง” นางสาวสุรีย์ภรณ์กล่าว

ด้านรูปลักษณ์ภายนอกถูกออกแบบไว้โฉบเฉี่ยวทุกมุมมอง สะดุดตากับกระจังหน้าแบบตาข่ายสีดำวาว มีกรอบและแถบกลางแนวตั้งสีโครเมียม พร้อมโลโก้เบนท์ลีย์แบบตัวอักษร “B” สีแดงประทับอยู่ช่วยเพิ่มความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ไฟหน้าแบบวงแหวน รวมทั้งท่อไอเสียคู่แบบเลขแปดอีกด้วย

เสน่ห์ของเบนท์ลี่ย์ คอนทิเนนทัล จีที วี8 มาพร้อมกับระบบเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ระบบเปิดและสตาร์ทรถโดยไม่ต้องใช้กุญแจ Keyless entry, ระบบปรับอากาศแบบ Multi-Zone automatic climate control, เบาะหนังพรีเมียมคู่หน้าปรับอุณหภูมิไฟฟ้า 14 ทิศทาง พร้อม Lumbar Support และการสื่อสารแบบ infotainment หน้าจอขนาด 8 นิ้วที่ทำงานร่วมกับ SD Card Slot และชุดเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetoothนับเป็นสุดยอดงานฝีมือและศิลปะชิ้นเอกที่ถ่ายทอดลงสู่ท้องถนน ทั้งหมดนี้เพื่อตอบสนองความภูมิใจของผู้ได้ครอบครองยนตกรรมระดับมาสเตอร์พีซคันนี้

เชิญแวะชมและทดลองขับแบบเอ็กซ์คลูซีฟก่อนใคร.. ได้ที่ทีเอสแอลทั้ง 4 สาขา แจ้งวัฒนะ สาทร       ทองหล่อ และภูเก็ต หรือจะโทรมานัดหมายล่วงหน้าได้ที่ ทีเอสแอล คอลเซ็นเตอร์ โทร 02-269-9999

 
Support : A | B | C
Copyright © 2028. เทคโนโลยียานยนต์ - All Rights Reserved