Custom Search
Home » , , , » ยานยนต์อุตสาหกรรม | ระบะเกียร์

ยานยนต์อุตสาหกรรม | ระบะเกียร์

  ระบบเกียร์
                ระบบเกียร์มีหน้าที่   เปลี่ยนกำลังหมุนที่มาจากเครื่องยนต์ไปยังกำลังขับเคลื่อน  และจากนั้นจึงควบคุมการทำงานของมันไปยังล้อขับเคลื่อน   รถยกพลังเครื่องยนต์โดยส่วนใหญ่มี   ระบบเกียร์แบบธรรมดา  หรือระบบเกียร์ Power shift   ชนิดใดชนิดหนึ่ง  อย่างเช่น    ระบบเกียร์ที่ส่งถ่ายกำลังด้วยของเหลว   (Hydrodynamic transmission) หรือระบบเกียร์ไฮโดรสถิต (Hydrostatic transmission)
ระบบเกียร์แบบธรรมดา
                ระบบเกียร์แบบธรรมดา  คือ    ระบบเกียร์ที่มีคันเหยียบคลัทช์    และกระปุกเกียร์เหมือนกับระบบเกียร์ในรถยนต์มาตรฐาน  ผู้ปฏิบัติงานต้องกดคันเหยียบคลัทช์และเลื่อนคันโยกเกียร์ด้วยตัวเองเพื่อเปลี่ยนเกียร์ ระบบเกียร์แบบธรรมดานี้  ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับรถยก  เนื่องจากเสียค่าใช้จ่ายแรกเริ่มน้อยกว่าระบบเกียร์ Power shift และง่ายต่อการดูแลรักษา





ระบบเกียร์  Power shift   แบบส่งถ่ายกำลังด้วยของเหลว
                โดยปรกติแล้ว  รถยกที่มีระบบเกียร์ Power shift  ของโตโยต้าจะมีเลข   02-, 62-  หรือ 42  ระบุอยู่ด้านหน้าเลขโมเดล ในระบบเกียร์ Power shift เหล่านี้   จะมีอุปกรณ์ที่เรียกว่าอุปกรณ์ปรับแรงบิดทำหน้าที่แทนคลัตช์  ซึ่งจะเปลี่ยนแรงบิดโดยอัตโนมัติเพื่อให้เข้ากับความต้องการ อุปกรณ์ปรับแรงบิดเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบเกียร์ซึ่งประกอบไปด้วยจานคลัตช์ที่ทำงานด้วยไฮดรอลิกมากมาย   ผู้ใช้งานเพียงแค่ใช้คันโยกควบคุมทิศทางเพื่อเปลี่ยนว่าจะเคลื่อนไปด้านหน้าหรือด้านหลัง   ประโยชน์อย่างหนึ่งที่จะได้รับจากระบบเกียร์ชนิดนี้คือ   ผู้ใช้ไม่ต้องเหยียบคลัตช์หรือวุ่นวายเกี่ยวกับเกียร์   ผู้ใช้เพียงแต่เลือกทิศทางที่ต้องการ   และแค่เหยียบตัวคันเร่ง    สิ่งหนึ่งที่ไม่เหมือนรถยนต์ทั่วไปก็คือ   การเปลี่ยนไปใช้ความเร็วสูงหรือต่ำนั้นผู้ใช้ต้องทำด้วยตนเอง  โดยการเลื่อนคันโยกภายหลังที่รถเคลื่อนที่แล้ว





ระบบเกียร์ไฮโดรสถิตย์
                โดยทั่วไปแล้วระบบเกียร์ไฮโดรสถิตย์จะถูกใช้กับรถตักใหญ่  ซึ่งก็เหมือนที่ชื่อบอก ยานพาหนะเหล่านี้ถูกบังคับทิศทางโดยกระจายกำลังไปที่ล้อทั้งสองด้าน   การเคลื่อนที่และการบังคับทิศทางของรถประเภทนี้เหมือนกับรถแทรกเตอร์เกลี่ยดิน   หรือรถถัง
                ในระบบเกียร์ไฮโดรสถิตย์   เครื่องยนต์จะทำหน้าที่หมุนปั๊มไฮดรอลิก    ซึ่งส่งแรงดันไปยังสารไฮดรอลิก สารนั้นจะให้กำลังมอเตอร์ไฮดรอลิกต่างๆ ที่ถูกเชื่อมต่อกับล้อขับเคลื่อน  การเลือกทิศทาง ความเร็วขับเคลื่อนและการควบคุมทิศทางนั้นจะถูกควบคุม   โดยปริมาณสารไฮดรอลิกที่ถูกส่งเข้าไปยังมอเตอร์ไฮดรอลิกทั้งหมด
                จานเอียงถูกติดที่ปั๊ม   การเอียงของจานนี้จะควบคุมทิศทาง   และจำนวนกระแสน้ำมันที่ไหลไปยังมอเตอร์ จานนี้ถูกเชื่อมต่อกับคันโยกในห้องผู้โดยสาร  ผู้ใช้เลื่อนคันโยกไปด้านหน้าหรือด้านหลัง เพื่อควบคุมความเร็วและทิศทางของตัวมอเตอร์


                อัตราทดเกียร์:  อัตราทดเกียร์คือ  อัตราระหว่างความเร็วเครื่องยนต์และความเร็วของเพลากลาง  พึงจำไว้ว่าความเร็วของการหมุนในลักษณะนี้ถูกเรียกว่า  “RPM”  หรืออัตรารอบหมุน / นาที  ซึ่งมีสูตรที่ง่าย ๆ ดังนี้: อัตราทดเกียร์ =  อัตรารอบหมุน / นาทีของเพลากลาง  (อัตรารอบหมุน / นาทีของเครื่องยนต์)  หรืออีกนัยหนึ่ง อัตราใหญ่ในที่นี้หมายถึงกำลังรอบหมุน  / นาทีที่มาก  อัตรารอบหมุน / นาทีของเพลากลางจะต่ำ  แต่จำนวนแรงบิดจะเพิ่มสูงขึ้น ในทางกลับกัน อัตราทดเกียร์น้อยก็จะหมายถึงรอบหมุน / นาทีที่เร็วขึ้นของเพลากลาง  แต่จำนวนแรงบิดลดต่ำลง
                คันเหยียบเคลื่อนน้อย:  คันเหยียบเคลื่อนน้อยเป็นหนึ่งในคุณลักษณะที่ทำให้ ระบบเกียร์ Power shift  แตก
ต่างจากระบบเกียร์อัตโนมัติสำหรับรถยนต์  คันเหยียบเคลื่อนน้อยนี้ถูกเชื่อมต่อกับคันเหยียบเบรก  และแป้นคลัตช์ในระบบเกียร์ Power shift    ความแตกต่างระหว่างคันเหยียบเคลื่อนน้อย  และคันเหยียบเบรกคือ   เมื่อกดคันเหยียบเบรก   กำลังทั้งหมดที่ถูกส่งไปยังระบบขับเคลื่อนจะหยุดชะงักลง   แต่เมื่อกดคันเหยียบเคลื่อนน้อย   ซึ่งเป็นการลดแรงดันน้ำมันไปที่คลัตช์    จึงทำให้เกิดผลเหมือน   “การเหยียบคลัตช์เพียงครึ่งเดียว”    ซึ่งทำให้สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของรถยกได้อย่างแม่นยำแม้ว่าเครื่องยนต์กำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง
                เหล่านี้หมายความว่าเครื่องยนต์สามารถทำงานได้อย่างเต็มกำลัง   เพื่อยกสิ่งของในขณะที่คันเหยียบเคลื่อนน้อยก็จะถูกใช้   เพื่อเลือกตำแหน่งที่รถยกควรวางของที่บรรทุกไว้ได้อย่างแม่นยำ
คันโยกและคันเหยียบเลือกทิศทาง
                โตโยต้าใช้คันโยกเลือกทิศทางสำหรับรถยกทุกรุ่น  อย่างไรก็ตาม พึงจำไว้ว่าไม่ใช่ผู้ผลิตทั้งหมดจะเลือกใช้คันโยกควบคุมทิศทางนี้ ผู้ผลิตบางรายใช้คันเหยียบแทน  ผู้ปฏิบัติงานกดคันเหยียบเพื่อควบคุมทิศทางที่เขาต้องการขับเคลื่อนไป  ทฤษฎีเบื้องหลังเรื่องนี้ก็คือผู้ปฏิบัติงานยังสามารถถือพวงมาลัยหรือตัวควบคุมอื่น ๆ  ได้ในขณะที่ใช้เท้าเลือกทิศทาง  โตโยต้านั้นใช้คันโยกโดยเหตุผลหลายประการ   นั่นคือมันถูกควบคุมแบบแมนนวล   และให้ผู้ใช้
งานมองเห็นทิศทางการขับเคลื่อนได้อย่างแน่นอน   เนื่องจากคันโยกเป็นตัวควบคุมการทำงาน  จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่ทิศทางขับเคลื่อนนั้นจะมีความผิดพลาด   โตโยต้ายังใช้สวิตช์ควบคุมความปลอดภัยเกียร์ว่าง    สวิตช์นี้ป้องกันรถยกจากการติดเครื่อง  เมื่อคันโยกเปลี่ยนทิศทางอยู่ในต่ำแหน่งอื่นๆ  ที่ไม่ใช่ตำแหน่งเกียร์ว่าง ส่วนชนิดเลือกทิศทางด้วยคันเหยียบนั้นไม่มีฟังก์ชั่นนี้    ดังนั้นรถยกจะเคลื่อนที่ไปด้านหน้าทันทีที่รถติด










Share this video :
 
Support : A | B | C
Copyright © 2028. เทคโนโลยียานยนต์ - All Rights Reserved