ระบบรักษาเสถียรภาพขณะขับเคลื่อน (SAS)
จุดประสงค์และฟังค์ชั่นต่างๆ ของระบบ SAS
ระบบรักษาเสถียรภาพขณะขับเคลื่อน (SAS) มักจะถูกเรียกว่า “ระบบในฝันของวิศวกรยานยนต์อุตสาหกรรม” มันถูกใช้ครั้งแรกในมี 1998 ในซีรี่ย์ 7 อันโด่งดังระดับโลกของยานยนต์อุตสาหกรรม ภายหลังระบบ SAS ถูกใช้ในซีรี่ย์ 7FB พลังไฟฟ้าและหลังจากนั้นกรอบความคิดของระบบนี้ก็ถูกใช้เพื่อพัฒนาการยึดเกาะและการควบคุมระบบเบรก (TBC) ซึ่งใช้ในยานยนต์อุตสาหกรรมแบบยืนซีรี่ย์ 7FBR
กรอบความคิดต่าง ๆ ที่ใช้ในระบบ SAS นั้นมีความคล้ายคลึงกับระบบเบรกป้องกันการล๊อกตาย (ABS) และระบบการควบคุมเสถียรภาพของยานยนต์ (VSC) ในหลาย ๆ ด้าน จุดประสงค์ของระบบ SAS ก็เพื่อให้ฟังก์
ชั่นการควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ซึ่งช่วยผู้ปฏิบัติงานรักษาช่วงเสถียรภาพของยานยนต์อุตสาหกรรม ระบบ SAS ได้รับการออกแบบเพื่อช่วยป้องกันอุบัติเหตุรถคว่ำ และการทำสิ่งบรรทุกร่วงหล่น
ระบบ SAS ประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์และมอเตอร์ควบคุมต่าง ๆ ที่ถูกเชื่อมต่อกับตัวควบคุม (ไมโคร
คอมพิวเตอร์) เซ็นเซอร์ต่าง ๆ นี้จะแสดงสถานะของพื้นที่สำคัญ ๆ ของการทำงานของยานยนต์อุตสาหกรรมและส่งข้อมูลนี้ไปยังตัวควบคุมซึ่งก็จะควบคุมการทำงานของตัวมอเตอร์ควบคุมทดแทนต่างๆ ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของยานยนต์อุตสาหกรรมอีกทีหนึ่ง เป็นเรื่องสำคัญที่ควรจำไว้ว่าในขณะที่ระบบ SAS สามารถช่วยลดอุบัติเหตุรถคว่ำ และการทำของตกหล่นที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ระบบนี้ก็ไม่สามารถทดแทนการทำงานที่ประมาทได้ ดังนั้นการทำงานด้วยความปลอดภัยจึงเป็นความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานเสมอ
สรุปสาระสำคัญของระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังขณะขับเคลื่อน
การรักษาเสถียรภาพเมื่อยานยนต์อุตสาหกรรมทำการเลี้ยวคือ สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ด้วยสาเหตุนี้เองจึงทำให้ยานยนต์อุตสาหกรรมพัฒนาระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อน ทฤษฎีต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังเสถียรภาพของยานยนต์และการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลัง ในขณะขับเคลื่อนได้ถูกแสดงไว้ด้านล่าง
ระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลัง ในขณะขับเคลื่อนใช้ข้อมูลที่ถูกส่งมาจาก เซ็นเซอร์หลายตัว เพื่อ
ประเมิน ว่ายานยนต์อุตสาหกรรมกำลังตกอยู่ในสภาวะที่อาจเป็นอันตราย อย่างเช่น การแกว่งเอียงไปด้านหนึ่งในขณะที่เลี้ยวรถหรือเมื่อต้องทำการเร่งเครื่องเนื่องจากมีแรงดูดจากด้านข้างในขณะที่เลี้ยวรถ เป็นต้น หากมีการประเมินว่ารถอาจตกอยู่ในสภาวะที่เป็นอันตราย ระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อน จะทำการล๊อกการแกว่งของเพลาหลังชั่วคราวเพื่อให้ยานยนต์อุตสาหกรรมมีเสถียรภาพด้านข้างในระดับสูง การล๊อกเพลาหลังชั่วคราวนี้มีชื่อว่า การล๊อคการแกว่ง
ปิดการทำงานระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อน
ภายใต้สภาวะปรกติ กระบอกสูบล๊อคการแกว่งจะยืดและหดพร้อมกับการแกว่งของเพลาหลัง ซึ่งทำให้เพลาหลังแกว่งไปด้านข้างที่สลักกลางได้เหมือนกับในยานยนต์อุตสาหกรรม
เปิดการทำงานระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อน
เมื่อใดก็ตามที่มีการตรวจจับสภาวะที่อาจเป็นอันตรายได้ เช่น ระหว่างการหักเลี้ยว ตัวควบคุมจะส่งคำสั่งให้หยุดการไหลของน้ำมันภายในกระบอกสูบล๊อคการแกว่ง ซึ่งจะป้องกันไม่ให้กระบอกสูบล๊อคการแกว่งเคลื่อนที่ อันจะเป็นการป้องกันไม่ให้เพลาแกว่ง
ทฤษฎีต่าง ๆ ที่อยู่เบื้องหลังเสถียรภาพของยานยนต์อุตสาหกรรม และการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อน
สำหรับยานยนต์อุตสาหกรรม เพลาหลังถูกรองรับ โดยสลักกลางที่มีตำแหน่งอยู่ที่จุดกึ่งกลางของเพลา การออกแบบนี้ทำให้เพลาสามารถแกว่งขึ้นลง ซึ่งเป็นการยก และลดระดับยางในแต่ละด้าน และเป็นการรองรับแรงกระแทกจากพื้นผิวที่ไม่สม่ำเสมอขณะขับเคลื่อน ด้วยรูปแบบสลักกลางนี้เอง ทำให้จริง ๆ แล้ว ยานยนต์อุตสาหกรรมถูกรองรับด้วยจุด 3 จุด ตามที่แสดงด้วยรูปสามเปลี่ยนในภาพประกอบ 1 ยานยนต์อุตสาหกรรมจะมั่นคงได้ก็ต่อเมื่อ จุดกลางศูนย์ถ่วงอยู่ที่ด้านในของเส้นรูปสามเหลี่ยมนั้น ณ จุดนี้เองที่ระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อนเข้ามาช่วย ระบบช่วยล๊อคการแกว่งของเพลาหลัง และจึงเพิ่มพื้นที่โซนเสถียรภาพได้
ดังที่คุณได้เห็นในภาพประกอบ 2 เมื่อกระบอกสูบล็อกการแกว่งทำการล๊อคเพลาหลัง มันได้เปลี่ยนจำนวนของจุดรองรับจาก 3 ไปเป็น 4 จุด สี่เหลี่ยมที่ได้จากจุด 4 จุดนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงพื้นที่ ๆ ใหญ่
กว่าที่จุดศูนย์ถ่วงสามารถเคลื่อนได้ นี่แสดงให้เห็นว่าระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลัง ในขณะขับเคลื่อนของ
ยานยนต์อุตสาหกรรมให้เสถียรภาพด้านข้างในระดับสูงได้อย่างไร
ยานยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิมที่ไม่มีระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อน
แรงหนีจุดศูนย์ถ่วงอาจเกิดขึ้นกับรถยกได้ระหว่างการเลี้ยวหักศอก และอาจทำให้ตัวรถเอนไปด้านหนึ่งซึ่งทำให้ยานยนต์อุตสาหกรรมอยู่ในสถานะที่ไม่มั่นคง สาเหตุคือรูปแบบจุดรับน้ำหนัก 3 จุดของรถยกตามที่แสดงด้านบน เมื่อยานยนต์อุตสาหกรรมหยุดจุดกลางศูนย์ถ่วงจะอยู่ใกล้โซนเสถียร อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเลี้ยวหักศอก แรงหนีจุดศูนย์ถ่วงได้เคลื่อนจุดศูนย์ถ่วงไปยังด้านนอกของโซนเสถียร ซึ่งอาจทำให้ล้อหน้ายกขึ้นหรือรถคว่ำเลยก็ได้
ยานยนต์อุตสาหกรรมที่มีระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อน
เซ็นเซอร์หลายตัว เช่นเซ็นเซอร์จับความสูงเสายก, เซ็นเซอร์จับน้ำหนักการบรรทุกและเซ็นเซอร์จับอัตราการเอน ส่งข้อมูลไปยังตัวควบคุมซึ่งจะประเมินเกี่ยวกับการล๊อคเพลาหลังทันทีต่อการทำงานในสภาพ เช่นการหักเลี้ยวเมื่อทำการล๊อคเพลาหลังเรียบร้อยแล้ว ยานยนต์อุตสาหกรรมจะมีเสถียรภาพ 4 จุด และมีโซนเสถียรภาพที่ใหญ่กว่าซึ่งทำให้สามารถป้องกันการเอียงได้
คำเตือน
ในขณะที่ระบบควบคุมเสถียรภาพด้านหลังในขณะขับเคลื่อนสามารถช่วยรักษาเสถียรภาพของยานยนต์อุตสาหกรรม แต่ระบบนี้ก็ไม่สามารถทดแทนการขับขี่ที่ไม่ระมัดระวัง หรือประมาทได้ ภายใต้สภาพที่ยาก อย่างเช่น การเลี้ยวหักศอกเมื่อขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง ทำให้กึ่งกลางจุดศูนย์ถ่วงเคลื่อนไปนอกโซนเสถียรภาพ 4 จุดและอาจทำให้ยานยนต์อุตสาหกรรมคว่ำได้



