ระบบรักษาเสถียรภาพขณะขับเคลื่อน(SAS)
การควบคุมเสายกขณะขับเคลื่อน
การควบคุมเสายกขณะขับเคลื่อนเป็นฟังก์ชั่นที่ช่วยรักษาเสถียรภาพขณะกำลังยกหรือเอียงเสา อันประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพและช่วยให้เสาทำงานได้เร็วและง่ายขึ้นดังต่อไปนี้ เช่น (1) การควบคุมองศาการเอียงด้านหน้าของเสายกขณะขับเคลื่อน, (2) การควบคุมความเร็วของการเอียงไปด้านหลังของเสายกขณะขับเคลื่อน, (3) การเปลี่ยนระดับงายกอัตโนมัติ, (4) ระบบล๊อคการยกอัตโนมัติ และ (5) ระบบวาล์วกันการรั่วซึม
(1) การควบคุมองศาการเอียงด้านหน้าของเสายกขณะขับเคลื่อน
ระบบนี้ช่วยจำกัดองศาการเอียงด้านหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้อัตโนมัติเมื่อทำการลำเลียงสิ่งของที่ความสูงมากๆ (ความสูงมากกว่า 2,000 มม.)
มีจุดที่ยานยนต์อุตสาหกรรมจะคว่ำไปด้านหน้าได้หากเสายกนั้นเอนไปด้านหน้า เมื่อใช้เสายกความสูงมาก ๆ บรรทุกของ น้ำหนักของสิ่งที่บรรทุก กึ่งกลางศูนย์ถ่วงของสิ่งที่บรรทุก และความสูงของเสายกที่ใช้ในการบรรทุกส่งผลให้รถคว่ำได้ ระบบการควบคุมองศาการเอียงด้านหน้าของเสายกขณะขับเคลื่อนจะจับความสูงของเสายก และน้ำหนักของสิ่งที่บรรทุกไว้ และหยุดการเอียงของเสายกก่อนที่จะถึงจุดที่อาจทำให้ยานยนต์อุตสาหกรรมคว่ำไปด้านหน้าได้
(2) การควบคุมความเร็วของการเอียงด้านหลังของเสายกขณะขับเคลื่อน
ความเร็วของการเอียงไปด้านหลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่ง เมื่อทำการเอียงเสาไปด้านหลัง ระบบการควบคุมความเร็วของการเอียงด้านหลังของเสายกขณะขับเคลื่อนควบคุมความเร็วการเอียงไปด้านหลัง เมื่อเสายกต้องลำเลียงสิ่งของหนัก ๆ โดยใช้ความสูงของเสามาก ๆ
ในยานยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิม ความเร็วในการเอียงไปด้านหลังของเสายกนั้น จะใช้ระดับเดียวกันไม่ว่าจะใช้ความสูงของเสายกมากเพียงใดก็ตาม นั่นหมายความว่า ความเร็วที่แท้จริงที่เคลื่อนสิ่งของบรรทุกจะเพิ่มขึ้นเมื่อใช้ความสูงของเสายกที่มากขึ้น (ทั้งนี้เนื่องจากใช้ระยะเวลาเท่ากันในระยะทางที่ยาวกว่า) ระบบควบคุมความเร็วของการเอียงด้านหลังของเสายกขณะขับเคลื่อนจะลดความเร็วในการเอียงไปด้านหลังของเสายกลงเมื่อความสูงของเสายกมากกว่า 2,000 มม. ผลที่ได้ก็คือ จะเกิดแรงกระแทกนิดหน่อยเมื่อเสายกยกถึงตำแหน่งการเอียงไปด้านหลังสูงสุด อันเป็นการช่วยลดการร่วงของสิ่งที่บรรทุกได้
(3) การเปลี่ยนระดับงายกอัตโนมัติ
ฟังก์ชั่นนี้ช่วยให้สอดงายกไปใต้พาเลทได้ง่ายกว่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่มีประสบการณ์ เมื่อเสายกเอนไปด้านหลัง ผู้ปฏิบัติงานเพียงแค่กดปุ่มบนคันโยกควบคุมการเอน เสายกก็จะกลับ
ไปอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากโดยอัตโนมัติ หากไม่มีฟังก์ชั่นนี้ ผู้ปฏิบัติงานต้องโยกคันโยกควบคุมการเอนซ้ำแล้ว
ซ้ำอีกจนกว่างายกจะอยู่ในระดับที่ต้องการ(4) ระบบอกการยกอัตโนมัติ
ระบบบอกการยกอัตโนมัติช่วยป้องกันงายกไม่ให้เลื่อนลงมา หากเครื่องไม่ได้ทำงาน แม้ว่าคันโยกบังคับการยกจะทำงานก็ตาม (พึงระลึกว่าคุณสามารถเลื่อนงายก ลงมา เมื่อใดก็ตามสำหรับยานยนต์อุตสาหกรรมแบบเดิม)
ความปลอดภัยในการใช้ยานยนต์อุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานคือ เมื่อจอดยานยนต์อุตสาหกรรม ควรลดระดับงายกให้อยู่ในต่ำแหน่งต่ำสุดและให้เสายกเอนไปด้านหน้าจนจรดพื้น บุคคลทั่วไปไม่ควรยืน หรือลอดใต้งายก กฎความปลอดภัยพื้นฐานเหล่านี้นั้นเป็นความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน แต่ความผิดพลาดต่าง ๆ ก็อาจเกิดขึ้นได้
ระบบบอกการยกอัตโนมัติ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดผลลัพธ์อันตรายต่าง ๆ จากความผิดพลาดของมนุษย์ หากผู้ปฏิบัติงานไม่สามารถวางงายกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมได้ก่อนดับเครื่องยนต์ ระบบบอกการยกอัตโนมัติช่วยป้องกันการทำงานของคันโยกควบคุมการยก ไม่ให้งายกเคลื่อนที่แบบไม่ได้คาดคิดไว้ก่อนได้
(5) ระบบวาล์วกันการรั่วซึม
แรงโน้มถ่วง และการรั่วซึมภายในตามธรรมชาติของระบบไฮดรอลิก จะทำให้งายกเลื่อนตกลงมาอย่างช้า ๆ เอง หากงาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกยกไว้ เมื่อเครื่องยนต์ดับการรั่วซึมนี้เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับระบบไฮดรอลิก
ทุกประเภท ซึ่งเกิดจากแรงดันที่ลดลงเรื่อย ๆ ของน้ำมันไฮดรอลิกในสายไฮดรอลิก ซึ่งอออยู่ที่ซีลของวาล์วเนื่องจากน้ำมันจะไหลย้อนกลับไปที่ถังน้ำมันไฮดรอลิกนั่นเอง ระบบวาล์วกันการรั่วซึมช่วยลดการรั่วซึมภายในตามธรรมชาตินี้ได้ประมาณ 30 %
พึงจำไว้ว่าจำเป็นต้องใช้ระบบนี้เมื่อผู้ปฏิบัติงาน ไม่สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนความปลอดภัยขั้นพื้นฐานของยานยนต์อุตสาหกรรมที่กล่าวไว้ด้านบนได้ และปล่อยให้ยานยนต์อุตสาหกรรมอยู่ในตำแหน่งยกงาเท่านั้น
ระบบรักษาเสถียรภาพขณะขับเคลื่อน
ระบบประสานการทำงานของพวงมาลัยขณะขับเคลื่อน
รถยกไฟฟ้าใช้ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฮโดรสถิตย์ พวงมาลัยพาวเวอร์ไฮโดรสถิต อีกประเภทหนึ่งมี
ชื่อเรียกว่า ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฮโดรลิกเต็มขั้น หรือ Full Hydraulic Power Steering (FHPS) ดังที่ชื่อบอก ระบบนี้คือ การออกแบบที่เป็นไฮดรอลิกอย่างเต็มรูปแบบ; ดังนั้นจึงไม่มีการเชื่อมต่อด้วยกลไกใด ๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่ระบบนี้ให้ประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย อย่างเช่น สมรรถนะการหมุนพวงมาลัยที่องศาการหมุนสูงสุดขณะที่ยานยนต์อุตสาหกรรมหยุดเคลื่อนที่ แต่ระบบนี้ก็มีความไม่สะดวกที่สร้างความลำบากใจอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเมื่อเลี้ยวซ้ำ ความสัมพันธ์ ระหว่างตำแหน่งของขอบพวงมาลัย และล้อบังคับเลี้ยวด้านหลังจะไม่อยู่ในต่ำแหน่งเดิม ด้วยเหตุผลนี้เองผู้ปฏิบัติงาน จึงไม่สามารถอิงพวงมาลัยหากต้องการขับเคลื่อนเป็นเส้นตรงได้
ข้อควรจำ: อัตราบังคับเลี้ยวเสถียรคือ จำนวนที่ยางบังคับเลี้ยวด้านหลังสามารถเลี้ยวตามการหมุนของพวงมาลัยไป
ยังตำแหน่งล๊อกสูงสุด 100% หมายถึง ยางหลังจะเลี้ยวด้วยองศาการเลี้ยวหักสูงสุดเมื่อพวงมาลัยถูกหมุน
ไปถึงตำแหน่งล๊อกสูงสุด มีรถยกรุ่นปัจจุบันประมาณ 80% ที่มีระบบบังคับเลี้ยวเสถียร




