Custom Search
donate car tax deduction | donate car to charity | donate car to charity california | donate car to charity los angeles | donate car without title | donate cars for kids | donate my car | donate my car to charity | donate your car | donate your car bay area | donate your car california | donate your car for kids | donate your car in maryland | donate your car nyc | donate your car tax deduction | donate your car to charity
รauto donation charities | best car donation program | best charity car donation program | best place to donate car | best place to donate car for tax deduction | california car donation | california donate car | car donation | car donation bay area | car donation ca | car donation california | car donation dc | car donation deduction | car donation in california |

เอเอเอสฯ ผู้นำเข้ารถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการจัดงานเปิดตัว บ็อกซเตอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด – โร้ดสเตอร์เครื่องยนต์วางกลางจากปอร์เช่ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ


 บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวบ็อกซเตอร์ เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด (The New Boxster) ที่ถูกกล่าวขานว่า “Boxster คันนี้ คือ Porsche รุ่นใหม่ที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา” ซึ่งได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ และเป็นรถ ไฮไลท์ของปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยจุดเด่นที่เบากว่า แข็งแกร่งกว่า โดดเด่นกว่า และประหยัดน้ำมันมากกว่า ซึ่งในวันนี้เอเอเอสฯ พร้อมแล้วที่จะนำท่านสัมผัสกับอีกหนึ่งสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์จากปอร์เช่ ที่สรรสร้างและรวบรวมเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมาสู่ บ็อกซเตอร์ ใหม่ล่าสุด (The New Boxster) คันนี้ได้อย่างใกล้ชิด และเมื่อซื้อรถยนต์ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ (Boxster ใหม่จากทางเอเอเอสฯ ท่านสามารถเลือกรับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนีนาน 9 ปี หรือ Service Package นาน 4 ปี


ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของปอร์เช่ที่ทำการเปลี่ยนโฉมปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ (Boxster) ใหม่หมดเพื่อเข้าสู่เจเนอเรชั่นใหม่ รถยนต์เปิดประทุน ที่นั่งคันนี้ได้รับการปรับเปลี่ยนตัวถังใหม่ให้เบาขึ้น เพื่อความสมบูรณ์แบบ ด้วยน้ำหนักที่เบาลง ฐานล้อที่ยาวขึ้น ตัวรถที่กว้างขึ้นและมีล้อที่ใหญ่ขึ้น อีกทั้งยังติดตั้งระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (electro-mechanical power steeringเสริมเพิ่มเติมนี้เองส่งผลให้รถยนต์สปอร์ตเครื่องยนต์ วางกลางคันนี้มีความคล่องตัวในการขับขี่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังทิ้งคู่แข่งในระดับเดียวกันได้อย่างเหนือชั้น ไม่เพียงเท่านี้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำลงถึง 15 เปอร์เซ็นต์หรือมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำกว่า ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรเพียงเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับรุ่นด้วยเช่นกัน)  


รูปลักษณ์ของบ็อกซเตอร์ (Boxsterใหม่แตกต่างจากเดิมไม่ว่าจะเป็นระยะยื่นจากล้อถึงปลายกันชนที่สั้นลง ตัวรถที่ราบแบนยิ่งขึ้น กระจกหน้าที่มีมุมตั้งไปทางด้านหน้ามากยิ่งขึ้น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้รถมีความสง่างามและสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

 ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่หมดด้วยเช่นกัน รวมไปถึงหลังคาที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมดและมีน้ำหนักเบา แนวคิดภายในห้องโดยสารที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่นี้ส่งผลให้ผู้โดยสารมีพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งยังเสริมคอนโซลกลางรูปแบบใหม่ของปอร์เช่ที่ได้แนวคิดมาจากรุ่นคาร์เรร่า จีที (Carrera GT) เข้าไปเพื่อพัฒนาให้ภายในห้องโดยสารของรถนั้นถูกต้องตามหลักกลศาสตร์มากยิ่งขึ้น   

ทั้งบ็อกซเตอร์ (Boxster) และบ็อกซเตอร์ เอส (Boxster S) ต่างสะท้อนให้เห็นถึงความคลาสสิคของปอร์เช่ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ สูบ เรียงนอน พร้อมด้วยระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง (Direct Petrol injection) ระบบการดึงพลังงานกลับคืนหรือนำพลังงานในการเบรกกลับมาใช้ใหม่ (electrical system recuperation) ระบบการจัดการความร้อน (Thermal management system) และระบบสตาร์ท/หยุดอัตโนมัติ (Auto start stop    function) อีกด้วย รุ่นธรรมดาจะมีพละกำลังสูงสุดถึง 265 แรงม้า (195 กิโลวัตต์) ซึ่งมาจากเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร 

และถือได้ว่ามากกว่ารุ่นเดิมถึง 10 แรงม้าเลยทีเดียว สำหรับรุ่น บ็อกซเตอร์ เอส (Boxster S) ในตอนนี้มีขนาดเครื่องยนต์ที่ 3.4 ลิตรและมีพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 315 แรงม้า (232 กิโลวัตต์) มากกว่ารุ่นเดิมถึง แรงม้า ทั้งสองรุ่นติดตั้งระบบส่งผ่านกำลังหรือระบบเกียร์ธรรมดา จังหวะมาเป็นมาตรฐานให้กับรถ และสามารถเลือกติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทซ์คู่ จังหวะอย่าง Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) เป็นอุปกรณ์เสริมได้เช่นกัน

 ทั้ง รุ่นมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยมและมีอัตราเร่งที่เหนือชั้นอีกด้วย  หากติดตั้งระบบเกียร์ PDK มาด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงจะอยู่แค่เพียง 7.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรสำหรับรุ่นธรรมดา และ 8.0 ลิตร/100 กม. สำหรับรุ่น  บ็อกซเตอร์ เอส (Boxster S) การเปลี่ยนเกียร์จะเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็วและการส่งผ่านกำลังนั้นจะไม่เกิดการสะดุดของการไหลเวียนพละกำลัง อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลาแค่เพียง 5.7 วินาทีเท่านั้นสำหรับ        รุ่นบ็อกซเตอร์ (Boxster) และ 5.0 วินาทีสำหรับรุ่นบ็อกซเตอร์ เอส (Boxster S)
แพคเก็จ Sport Chrono Package สามารถเลือกติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น และสามารถเลือกติดตั้งระบบควบคุมการกระจายแรงบิดไปยังแต่ละล้อเพื่อสมรรถนะในการเกาะถนน (Porsche Torque Vectoring (PTV)ที่มาพร้อมกับระบบเฟืองท้ายทางเพลาหลังได้อีกด้วยเช่นกัน


สำหรับประเทศไทย ท่านสามารถค้นหาหรือสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ บ็อกซเตอร์ (Boxster) นี้ได้จาก บริษัท    เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมบริการที่มากประสบการณ์ ซึ่งได้รับการฝึกอบรมจากทางโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนีโดยตรง พร้อมให้บริการรถปอร์เช่ของท่าน ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์ปอร์เช่ ได้ที่ แผนกขาย ทร. 02-522-6655 ต่อ 101-103 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ www.porsche.co.th

ผลรางวัล “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 36” 7 รางวัลสุดยอดรถโบราณอันทรงคุณค่า


สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ประกาศผลรางวัลชนะเลิศงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 36 (THE GLOSSY HERITAGE AWARDS 2012) อย่างยิ่งใหญ่ กระตุ้นจิตสำนึกคนไทยหวงแหนไว้เป็นมรดกของชาติ

 นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “คณะกรรมการได้พิจารณาตัดสินรถที่ชนะการประกวด โดยกำหนดหลักเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจน ทั้งในด้านความสวยงาม การดูแลรักษารถไว้ในสภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็น สีรถ ยาง เบาะ สมรรถนะเครื่องยนต์ และอื่นๆ รถที่ได้รับรางวัลในปีนี้จึงถือเป็นรถที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเหมาะสม
โดยผู้ชะเลิศรางวัล ประเภทต่างๆ แบ่งเป็น รถโบราณก่อนปี 1940 รางวัลตกเป็นของด.ช.บางกอกรัษฐปานะ เจ้าของรถ Austin Seven (Open Road Tourer) ปี 1935 ขนาดเครื่องยนต์ 747 ซีซี ผลิตในประเทศอังกฤษ
รถหลังสงคราม ระหว่างปี 1940-1955 ผู้ที่ได้รับรางวัลคือ คุณชำนาญ วีรวรรณ เจ้าของรถ Mercedes-Benz 300B ปี 1954 ขนาดเครื่องยนต์ 2,996 ซีซี ผลิตในประเทศเยอรมนี

ส่วนรถคลาสสิคแบ่งเป็น ประเภท คือ รถเก๋ง ประตู ผู้ได้รับรางวัลคือ Mr.Stuart Penketh เจ้าของรถ Rover P4 100 ปี 1960 ขนาดเครื่องยนต์ 2,625 ซีซี จากประเทศอังกฤษ
และรถสปอร์ท ประตู รางวัลตกเป็นของผู้ส่งประกวดที่ใช้ชื่อว่า Auto Vintage เจ้าของรถ Mercedes-Benz 280SE ปี 1969 ขนาดเครื่องยนต์ 2,196 ซีซี จากประเทศเยอรมนี
รถดัดแปลง รางวัลตกเป็นของ คุณสิปปวิชฐ์ ค้ำชู เจ้าของรถ Austin Mini Pickup ปี 1992 ขนาดเครื่องยนต์ 660 ซีซี จากประเทศอังกฤษ
รถโฟล์คสวาเกน ของ คุณพุทธิ เทพประทุม เจ้าของรถ Volkswagen Beetle Laptop ปี 196ขนาดเครื่องยนต์ 1,200 ซีซี จากประเทศเยอรมนี
รถอเมริกัน ผู้ที่ได้รับรางวัลคือคุณก้องเกียรติ จุฑาทิพยกุล เจ้าของรถ Chevrolet Caprice(327) ปี 1969 ขนาดเครื่องยนต์ 5,359 ซีซี ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกา

และรถจากัวร์ ของคุณประสงค์ พานิชภักดี เจ้าของรถ Jaquar E-Type Series III ปี 1970 ขนาดเครื่องยนต์ 4,235 ซีซี จากประเทศอังกฤษ



นายขวัญชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า “การจัดงานในครั้งนี้ยังได้รับความสนใจจากทั้งสมาชิกของสมาคม และผู้ที่เข้าชมงานเป็นจำนวนมากอีกเช่นเคย และสมาคมขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์รถโบราณ”

มาสด้าจัดหนักจัดเต็มโชว์รถแต่งมาดสปอร์ตมากันครบเซ็ตท์ ตอกย้ำความเป็นยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตลุยงานออโตซาลอน



กรุงเทพฯ – ประเทศไทย18 มิถุนายน 2555 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทยจำกัด จัดหนัก จัดเต็ม ครั้งแรกกับงานแสดงรถแต่ง เตรียมโชว์ชุดใหญ่ยกขบวนยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตมากันครบเซ็ตท์ทั้งมาสด้ามาสด้าเอ็มเอ็กซ์-5 และมาสด้า บีที-50 โปร ที่ตกแต่งเสริมอุปกรณ์เพิ่มความเป็นสปอร์ตรอบคัน พร้อมอวดโฉมตัวจริงเสียงให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล ออโต ซาลอน ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ในวันที่ 21 มิถุนายนศกนี้เป็นต้นไป เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ยลโยมรถแต่งที่มาพร้อมชุดแต่งครบชุดแบบใกล้ชิดเฉพาะงานนี้งานเดียวเท่านั้น ลูกค้าไม่ควรพลาดโอกาสทองนี้เด็ดขาด
ถยนต์มาสด้าถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่สามารถสื่อสารข้อมูลกับลูกค้าในด้านความเป็นสปอร์ตได้มากที่สุด ทั้งในด้านของสมรรถนะการขับขี่ ประสิทธิภาพความแรงของเครื่องยนต์ รูปลักษณ์ดีไซน์ออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่โฉบเฉี่ยวสวยงามสะดุดทุกสายตา ภายใต้ DNA ของมาสด้า อันประกอบไปด้วย Stylish รูปลักษณ์ดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว Insightful ความพิถีพิถันทุกรายละเอียด และ Spirited ขีดสุดแห่งพลังที่สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว เป็นรถยนต์นั่งที่โฉมเฉี่ยวสไตล์ ซูม-ซูม รวมถึงเครื่องยนต์อันทรงพลัง ระบบช่วงล่างอันลือชื่อ ระบบความปลอดภัยรอบคัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้รถยนต์มาสด้าสามารถก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับการได้รับการยอมรับจากลูกค้าอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะมาสด้ามาสด้าและมาสด้า บีที-50 โปรใหม่
มร. โชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเข้าร่วมจัดแสดงงานออโต ซาลอน ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มตันของสร้างความแตกต่างที่ชัดเจนพร้อมกับเป็นการตอกย้ำถึงความเป็นยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตที่ถูกถ่ายทอดจาก DNA ของมาสด้า จากรถต้นแบบหรือคอนเซ็ปต์คาร์ได้ถูกถ่ายทอดไปยังรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น โดยเฉพาะความเป็นสปอร์ตที่ถูกฝังรากลึกไปในรถยนต์มาสด้ารุ่นแล้วรุ่นเล่ามาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน รวมถึงความสำเร็จอย่างสูงสุดในการผลิตรถยนต์รุ่นพิเศษที่ได้ตกแต่งพิเศษเฉพาะ หรือ ลิมิเต็ดอิดิชั่น เข้าสู่ตลาดและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ส่งผลให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นต่อแบรนด์มาสด้า

ทางด้านแม่ทัพฝ่ายการตลาด นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า สำหรับงานนี้นอกจากจะนำเอารถแต่งพิเศษมาจัดแสดงเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสและเข้าถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตแล้ว มาสด้ายังใจปล้ำเอาใจลูกค้าผู้หลงใหลความเป็นสปอร์ตของรถยนต์มาสด้า ด้วยการนำเอารถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้าสปอร์ต ประตู และรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 เครื่องยนต์ 1.ลิตรใหม่ มาจัดแสดงเพื่อให้ลูกค้าผู้สนใจ
สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในทันที ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 2.35% แถมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อมันนี้รถมาสด้าทุกรุ่นยังรับประกันคุณภาพนานถึง ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
นางสาวสุรีทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากมาสด้าจะเข้าร่วมออกบูธในครั้งนี้แล้ว เรายังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดตอกย้ำความเป็นรถสปอร์ตเข้าไปอีก ด้วยการเชิญชวนเหล่าบรรดาสาวกยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตมาเข้าร่วมกิจกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยจัดที่ไหนมาก่อน ทั้งสปอร์ตไอดอลมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-ขวัญใจชาวโรดสเตอร์ ร่วมด้วยสปอร์ตรุ่นพี่มาสด้าและสปอร์ตตัวจื๊ดมาสด้าขวัญใจวัยรุ่น เพื่อร่วมการประกวดแต่งรถยนต์มาสด้าทั้งสามรุ่น ภายใต้ชื่องาน "Mazda Show-Off Contest" ที่ลูกค้าสมัครเข้าร่วมการประกวดผ่านทางเว็บไซน์ www.mazdashowoff.com และชิงรางวัลมากมายพร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเร้าใจในการเข้าไปนั่งในรถยนต์กับนั่งดริฟท์ฝีมือระดับโลก D1 Grand Prix 2012 ที่จะทำการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และจะทำการตัดสินผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศจำนวน 60 คัน ในวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2555
สำหรับรถแต่งที่ทางมาสด้าเตรียมเผยโฉมยานยนต์สายพันธุ์สปอร์ตที่ตกแต่งเพิ่มเติมอุปกรณ์พิเศษมากันครบทั้ง 3 โมเดล ทั้งมาสด้า2 เอลิแกนซ์ ที่นำมาตกแต่งเพิ่มความหรูหราแบบ VIP ภายใต้ชื่อ Mazda2 Metro Eleganceและสำหรับรุ่นสอร์ต ประตู ที่ได้แรงบันดาลใจจากสปอร์ตรุ่นใหญ่ที่ถือเป็น DNA ของมาสด้านั่นคือ Mazda RX-8 และ Mazda MX-5 ผนวกเข้ากับรถต้นแบบอย่างมาสด้า SHINARI นี่คือการผสมผสานความสปอร์ตในสไตล์รถแข่งให้เข้ากับความสดใสในสไตล์ของแฟชั่นยุคใหม่ได้อย่างลงตัวกับ Mazda2 Metrosports
ในส่วนของรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้3 ก็ได้รับการตกแต่งพิเศษเสริมอุปกรณ์ชุดแต่งหลากหลายรายการเช่นเดียวกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจากคอนเซ็ปต์ KODO Design (Soul of Motion) หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการออกแบบเจนเนอเรชั่นถัดไปของมาสด้า โดยสไตล์ของการออกแบบที่ออกแนว Modern Luxury ที่เน้นความล้ำยุคล้ำสมัยและความหรูหราที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวภายใต้ชื่อ"THRILLING-4" ในรุ่นซีดาน และสำหรับตัวสปอร์ต ประตู ชื่อ "THRILLING-5" สไตล์การออกแบบในแนวของรถแข่ง โดยเน้นที่ความดุดันของชุดแอโร่พาร์ท รอบคันที่พร้อมสะกดทุกสายตาที่เหลียวมอง
นอกจากนี้มาสด้ายังเอาใจสาวกรถปิกอัพ ด้วยการนำเอารถปอร์ตปิกอัพฮีโร่ขวัญใจมหาชน มาสด้า บีที-50 โปรใหม่ Hi-Racer รุ่นขับเคลื่อน ล้อแบบยกสูง และเป็นครั้งแรกที่มาสด้านำมาตกแต่งเสริมอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย เพื่อให้ลูกค้าได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิดในงานนี้ การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมากจากนำมาแสดงเป็นไอคอนความสปอร์ตเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความสปอร์ตของแบรนด์มาสด้าในประเทศไทย แนวคิดการออกแบบของรถปิคอัพมาสด้า บีที-50 โปรใหม่ รถสปอร์ตต้นแบบที่โดดเด่นแตกต่างจากรถแต่งบนถนนทั่วๆไป ตอบสนองคนหัวใจสปอร์ตอย่างเต็มที่ สร้างความเป็นเอกลักษณ์สไตล์สปอร์ตแบบสุดๆ ที่ไม่ใช่เพียงรถ Sport Pickup แต่เพิ่มความสปอร์ตหรูหราด้วยช่วงล่างยกสูง ล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้ว และสปอร์ตโรลล์บาร์ สร้างความโดดเด่นเป็นพิเศษ

บริดจสโตนตอกย้ำความสำเร็จ แคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์ ประกาศพร้อมรุกต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด“Bridgestone Always with you”


 
[กรุงเทพฯ-สยามดิสคัพเวอรี่] (15 มิถุนายน 2555)  บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร.โนบุยูกิ   ทะมุระ กรรมการผู้จัดการ จัดกิจกรรมครั้งใหญ่ เพื่อแนะนำแคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์ ภายใต้แนวคิด Bridgestone Always with you - เคียงข้างคุณทุกเส้นทาง ณ ลานสยามดิสคัพเวอรี่พลาซ่า โดยในงานมีกิจกรรมแนว Lifestyle ที่หลากหลายและน่าสนใจ อาทิ สนุกกับการถ่ายและตกแต่งภาพ เข้าร่วมเวิร์คช็อปของทำมือจากวัสดุรีไซเคิลกับเหล่าเซเลปชื่อดัง พร้อมมันส์ไปกับบูธดีเจ  และพบกับคอนเสิร์ตจากศิลปินสุดคูลอย่าง ป๊อด โมเดิร์น ด็อก และRoom 39 นอกจากนี้ ในงานยังมีกิจกรรม iButterfly ที่ทุกคนจะสามารถร่วมสนุกเพื่อชิง The New iPad และของรางวัลดีๆ มากมาย

แคมเปญส่งเสริมภาพลักษณ์ของบริดจสโตน ได้แนะนำครั้งแรก เมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา โดยการนำเสนอกลยุทธ์การสร้างภาพลักษณ์ เพื่อสร้างความชื่นชอบ และขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่ทันสมัย ให้เกิดความใกล้ชิด และเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น ผ่านสื่อต่างๆ ที่อยู่ในกระแสนิยมเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

สำหรับปีนี้ บริดจสโตนยังคงใช้ “Bridgestone Always with You - เคียงข้างคุณทุกเส้นทาง เป็นแนวคิดหลักในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค เพื่อให้รับรู้ถึงสินค้าและการบริการที่ดีเยี่ยมของบริดจสโตน ซึ่งพร้อมอยู่เคียงข้างและตอบสนองทุกรูปแบบไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทุกกลุ่ม และเพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ในครั้งนี้ บริดจสโตนได้มอบให้วง Groove Riders และคุณบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ทำเพลง“Always with You” ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อประกอบภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ รวมทั้งสื่อสารแคมเปญนี้อย่างต่อเนื่องผ่านทางสื่อทีวี วิทยุ สิ่งพิมพ์ ตลอดจนสื่อกลางแจ้งตามสถานที่ยอดนิยมต่างๆ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอันหลากหลายในรูปแบบของไลฟ์สไตล์ อาทิ
·        iButterfly Mobile Application ที่ประสบผลสำเร็จอย่างสูงที่ประเทศญี่ปุ่น
·        You 2 play Concert
·        MV Contest
·        Facebook : www.facebook.com/BridgestoneAlwaysWithYou
ทุกรูปแบบของกิจกรรมและการสื่อสารต่างๆ นั้น ได้เสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์บริดจสโตนและสร้างการรับรู้ถึงสินค้าและการบริการที่ดีเยี่ยมในวงกว้าง เพื่อครองความเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตมีส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความผูกพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับบริดจสโตนในระยะยาวต่อไป

“สิทธิผล” รุกเต็มพิกัดส่งหัวเทียน “DENSO” เจาะตลาดรถจักรยานยนต์ออโตเมติก




บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด รุกตลาดครึ่งปีหลังส่งผลิตภัณฑ์หัวเทียน “DENSO” สำหรับรถจักรยานยนต์ออโตเมติกโดยเฉพาะ เนื่องจากเล็งเห็นว่ากำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ชูจุดเด่นสินค้าด้านประสิทธิภาพความแข็งแกร่งและทนทานต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี โครงสร้างประกอบด้วยฉนวนต้านทานแรงดันไฟฟ้าสูงสามารถป้องกันการรั่วซึมของแก๊สในกระบอกสูบและระบายความร้อนดียิ่งขึ้นด้วย
พบกับหัวเทียน เด็นโซ่ พลังที่ต้องลองด้วยตัวคุณเอง ที่ให้พลังขับเคลื่อนเต็มพิกัด พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนานขึ้นได้แล้ววันนี้ ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่: ฝ่ายขาย โทร 02-639-1919 ต่อ 159,160
###
เกี่ยวกับ กลุ่มสิทธิผล
กว่า 90 ปี บนเส้นทางธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เริ่มขึ้นจากธุรกิจเล็กๆ รับปะยางและซ่อมรถจักรยาน บริเวณใต้ต้นโพธิ์ ในวัดญวน ย่านตลาดน้อย ด้วยความมานะอุตสาหะจากรุ่นสู่รุ่น ได้ขยายอาณาจักรธุรกิจสู่ กลุ่มสิทธิผล ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ อาทิ  ยางรถจักรยานยนต์ ไออาร์ซี โคมไฟและหลอดไฟ สแตนเลย์” โซ่และชุดโซ่-สเตอร์ ดี.ไอ.ดี” หัวเทียน เด็นโซ่” สายพานแบนโด และน้ำมันเครื่องเอลฟ์” ที่มีรากฐานธุรกิจแข็งแกร่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์มาตรฐานระดับโลกและบริการที่ลูกค้าต่างเชื่อมั่น..ในคำมั่นสัญญาของสิทธิผล ที่จะสร้าง ประสิทธิผล ให้ลูกค้าพึงพอใจต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

นิสสัน เปิดตัวประธานคนใหม่อย่างเป็นทางการ ในงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน



7 มิถุนายน 2555 – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน “ประกาศผลประกอบการปีงบประมาณ 2554 และแนะนำ คุณ ทาคายูกิ คิมูระ ประธานคนใหม่” พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯ ยังได้จัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์และกิจกรรมของบริษัทฯ ดัวยดีตลอดมาซึ่งผลประกอบการปีงบประมาณ 2554 ที่ผ่านมานิสสันมียอดขายทั่วโลกสูงเป็นประวัติการณ์ที่จำนวน 4.845 ล้านคันเติบโตขึ้น 15.8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของทั้งตลาดทั่วโลก สำหรับประเทศไทย นิสสันมียอดขายทั้งปีอยู่ที่ 76,524 คัน เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน มา และมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 9.2% เป็นไปเป้าหมายตามแผนธุรกิจ ภายใต้ชื่อ NMT Power Up 2016 ที่ได้ประกาศไว้เมื่อปีที่ผ่านมา 

นอกจากนี้บริษัทฯ ได้ปิดปีงบประมาณ 2554 ด้วยยอดขายเดือนมีนาคมที่ 12,698 คัน นับเป็นยอดขายที่สูงสุด ตั้งแต่นิสสันก่อตั้งธุรกิจในประเทศไทย มาเป็นระยะเวลา 59 ปี และในปีงบประมาณ 2555 นี้ บริษัทคาดหวังที่จะสามารถบรรลุเป้าขายได้มากกว่า 100,000 คัน ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 10 เปอร์เซ็นต์ และตั้งเป้าที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ได้ภายในปี 2559 





ในปีนี้บริษัทฯ มีเป้าหมายในการเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีก 20 แห่งในเขตยุทธศาสตร์ที่สำคัญพร้อมไปกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการเพื่อรองรับความต้องการซื้อรถและสร้างความพึงพอใจ สูงสุดให้กับลูกค้า และสุดท้าย นิสสันเตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวรถยนต์นั่งคอมแพ็คระดับกลาง แบบ 4 ประตู รุ่นใหม่ล่าสุดในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณนี้ และอีก 2 รุ่นใหม่ในปลายปีนี้ ซึ่งรวมถึงรถยนต์นั่งคอมแพ็คระดับกลางรุ่นใหม่ อีกหนึ่งตัวถังอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

นาย ทาคายูกิ คิมูระ ยังได้รับการแต่งตั้งเป็น ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ เอเซีย แปซิฟิค จำกัด และรองผู้จัดการใหญ่ส่วนภูมิภาคของทวีปเอเซียและโอเชียเนีย (ยกเว้นประเทศจีน ) อีกด้วย

นาย ทาคายูกิ มีประสบการณ์การทำงานทางด้านอุตสาหกรรมยานยนต์มามากกว่า 20 ปี และยังเคยดำรงตำแหน่ง ประธานบริษัท พีที.นิสสัน มอเตอร์ อินโดนิเซีย


นาย ทาคายูกิ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา และ ระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโลหการ มหาวิทยาลัยโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

บางส่วนจากคำกล่าวท่านประธานบริษัทฯ ในงานขอบคุณผู้สื่อข่าว

“สวัสดีท่านสื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ผม ทาคายูกิ คิมูระ ประธานคนใหม่ของ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด วันนี้ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะมารายงานถึงผลประกอบการของนิสสันในปีที่ผ่านมา รวมทั้งเป้าหมายประจำปีงบประมาณ 2555…

วันนี้ นิสสันมียอดขายสูงสุดในตลาดรถอีโค คาร์ และเราจะยังคงมุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่มี คุณภาพระดับเดียวกับรถที่ส่งออกไปขายยังประเทศญี่ปุ่น พร้อมทำการส่งมอบรถให้กับลูกค้าอย่าง รวดเร็วตามกำหนด นิสสัน จะยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างคนไทยต่อไป พร้อมดำเนินธุรกิจของเราด้วยวิสัยทัศน์ “เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” และในวันนี้ นอกจากการประกาศผลประกอบการธุรกิจแล้ว ผมใคร่ขอใช้โอกาสนี้ แนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการให้ทุกท่านได้รู้จัก

รถยนต์ คือ สิ่งที่ผมหลงใหลมาตลอด และผมได้สั่งสมประสพการณ์อยู่ในสายอาชีพนี้มาเป็นเวลานานถึงกว่า 20 ปีแล้ว ในความเห็นของผม รถยนต์ คืออุตสาหกรรมที่ท้าทายและต้องใช้เวลาในการศึกษาเรียนรู้ทั้งชีวิต พฤติกรรมการซื้อรถแตกต่างจากการซื้อสินค้าอื่นๆ เพราะลูกค้าใช้ทั้งเหตุผลและอารมณ์ในกระบวนการตัดสินใจเลือกซื้อ ด้วยประสบการณ์ของผมและ ทีมงานนิสสันประเทศไทยที่แข็งแกร่ง ผมเชื่อมั่นว่า เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ได้ตั้งไว้ หรือมากกว่านั้น

นอกเหนือจากความสนใจด้านรถยนต์แล้ว ผมยังชอบศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทำให้ผมได้รับใบอนุญาตประกอบอาชีพ 2 ใบ คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์หรือ “ซอมเมอลิเย่” และมัคคุเทศน์ประจำชาติภาคภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ผมยังเล่นแซกโซโฟน และมีความสนใจที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยอีกด้วย ก่อนที่ผมจะส่งมอบเวทีให้กับงานขอบคุณท่านสื่อมวลชนในค่ำคืนนี้ ในนามของบริษัท นิสสัน ประเทศไทย ผมขอแสดงความซาบซึ้งและขอกล่าว “ขอบคุณมากครับ” สำหรับการสนับสนุนด้วยดีของทุกท่านเสมอมา ขอบคุณมากครับ” 
donate your car today | donate your vehicle | donating a car for taxes | donating car in california | donating my car tax deduction | donating used cars to charity | donation for cars | how donate car | how to donate a car | how to donate a car in california | how to donate my car | how to donate your car | i want to donate my car | junk car donation | places to donate cars | sacramento car donation | tax break for donating a car | tax deduction car donation | tax deduction for car donation | vehicle donate | vehicle donation | where can i donate my car | where to donate a car | where to donate car | where to donate my car

หมวดหมู่ยานยนต์

 
Support : A | B | C
Copyright © 2016. เทคโนโลยียานยนต์ - All Rights Reserved