แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้ามล้อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ห้ามล้อ แสดงบทความทั้งหมด
การทำงานของระบบส่งกำลังและระบบห้ามล้อของรถยนต์
Posted by Contemporary industry
Posted on 10:46
ป้ายกำกับ:
เทคโนโลยียานยนต์,
รถรุ่นเก่า,
ระบบส่งกำลัง,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
หลักการพื้นฐานของระบบเบรก
Posted by Contemporary industry
Posted on 10:40

- ทางกล (คานดีด คานงัด)
- แรงทางไฮดรอลิก
ล้อจะลดความเร็วโดยอาศัยแรงเสียดทาน ระหว่าง เบรก กับ จานล้อ และแรงเสียดทานของล้อกับถนน ในหน้าถัดไป ฟิสิกส์ราชมงคลจะอธิบายความหมายของระบบต่อไปนี้
- คานดีด คานงัด
- ไฮดรอลิก
- แรงเสียดทาน
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ระบบเบรกรถยนต่ทำงานอย่างไร?
Posted by Contemporary industry
Posted on 10:33

เมื่อเราเหยียบเบรก ความเร็วของรภจะลดลง และหยุดในที่สุด แต่คุณทราบไหมว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้างขณะที่คุณเหยียบมัน แรงที่เท้าของคุณส่งไปที่ล้อได้อย่างไร และทำไมเกิดแรงมากมายที่สามารถหยุดรถขนาดหนักเป็นตันได้
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ข้อดีและข้อเสียของระบบเบรค ABS
Posted by Contemporary industry
Posted on 10:25

ข้อดีของ ABS
- ป้องกันล้อล็อกเมื่อต้องเบรกกะทันหัน ควบคุมพวงมาลัยให้ไปตามทิศทางที่ต้องการ
- ยางไม่สึกหรอไว
ข้อเสีย
- มีเสียงดังเมื่อระบบทำงาน อาจทำให้ตกใจได้
- มีอาการสะเทือนเข้ามาถึงภายในรถ
- เพิ่มระยะเบรกยาวขึ้น
- มีค่าใช้จ่ายการซ่อมบำรุงแพงกว่าเบรกธรรมดา
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ระบบเบรค ABS ทำงานอย่างไร ?
Posted by Contemporary industry
Posted on 10:20

ABS จะประกอบด้วยฟันเฟืองวงแหวนที่ติดตั้งอยู่กับเพลาหมุนพร้อมเซ็นเซอร์ เมื่อล้อรถเริ่มหมุนฟันเฟืองจะหมุนตาม จากนั้นเซ็นเซอร์ก็จะทำการตรวจจับความเร็วการหมุนของฟันเฟือง แล้วรายงานอัตราความเร็วที่ได้มาไปให้กล่องสมองกล ABS ซึ่งปกติทั่วไปทุกล้อจะมีเซ็นเซอร์เพื่อตรวจสอบความเร็วติดอยู่ทุกล้อ
เมื่อทำงานสมองกล ABS จะสั่งการให้ชุดปั๊มเบรกทำงาน โดยจะมีการจับและปล่อยระหว่างจานเบรกกับผ้าเบรกที่ 16-50 ครั้งต่อวินาที หรือเปรียบได้ว่าเบรกและปล่อยรัว ๆ แบบอัตโนมัติทำให้ล้อไม่ล็อก ผู้ขับสามารถควบคุมทิศทางของรถได้
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ระบบเบรค ABS คืออะไร?
Posted by Contemporary industry
Posted on 10:16

ระบบเบรค ABS คืออะไร ทำงานอย่างไร
ระบบเบรค ABS ย่อมาจาก Anti-Lock Brake System หรือระบบป้องกันการเบรคจนล้อล็อกตาย ซึ่งเกิดมาจากการแก้ไขปัญหาการเบรครถแล้วเกิดการลื่นไถล ระบบ ABS จะประกอบด้วยฟันเฟืองวงแหวนที่ติดตั้งอยู่กับเพลาหมุน และจะมีเซนเซอร์ติดตั้งอยู่ใกล้กับฟันเฟือง เมื่อล้อรถเริ่มหมุนฟันเฟืองจะหมุนตาม แล้วเซนเซอร์ก็จะทำการตรวจจับอัตราการหมุนของฟันเฟือง แล้วรายงานอัตราความเร็วดังกล่าว ไปให้ระบบ ABSซึ่งโดยปกติทั่วไปทุกล้อจะมีเซนเซอร์เพื่อตรวจสอบความเร็วติดอยู่ทุกล้อ โดย ABS จะสั่งการผ่านเซนเซอร์ตัวนี้ เพื่อให้ชุดปั้มเบรคทำงาน โดยจะมีการจับและปล่อยระหว่างจานเบรคกับผ้าเบรคที่ 16-50 ครั้ง/วินาที เพราะการที่จับกันเร็วอย่างนี้จะทำให้ผู้ขับสามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะที่เหยียบเบรคกระทันหันเพื่อหลบสิ่งกีดขวาง หรืออุบัติเหตุ หรือเบรคในระยะที่สั้นกว่าปกติ
ABS จะทำงานก็ต่อเมื่อ ผู้ขับเหยียบเบรคเร็วและแรงกว่าปกติ หรือประมาณ 80% ซึ่งระบบจะเริ่มทำงานเองโดยอัตโนมัติ เราจะรู้สึกว่าระบบเริ่มทำงานนั่นก็คือ จะเกิดเสียงดังครืดเข้ามาในห้องผู้โดยสาร เนื่องจากการควบคุมแรงดันน้ำมันของระบบ ABS ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ขับเกิดอาการตกใจได้ แต่ห้ามถอนน้ำหนักจากเบรค ให้ผู้ขับเหยียบเบรคค้างไว้แล้วหักหลบจากสิ่งกีดขวาง แล้วจึงค่อยถอนแรงเหยียบจากเบรค อีกข้อที่ห้ามทำคือการย้ำเบรค เพราะจะไปทำให้แรงดันน้ำมันจะลดลง จึงทำให้ระบบ ABS ไม่ทำงาน แต่จากที่มีการพัฒนาระบบ ABSมากขึ้น ทุกวันนี้จึงกลายมาเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญส่วนหนึ่งในรถยนต์ เช่น HONDA JAZZ, TOYOTA YARIS, MAZDA 2 ตัวใหม่ทั้งหลายก็มีติดตั้งมากับตัวรถ
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
จะสังเกตุอาการของเบรครถยนต์ของคุณอย่างไรว่า ใกล้จะมีปัญหาแล้ว
Posted by Contemporary industry
Posted on 04:01

1. เบรกดัง
มักมาจากเสียงเสียดสีของผ้าเบรคกับจาน เบรครถยนต์ เช่น จานเบรคเป็นรอยเนื่องจากฝุ่น หรือผ้าเบรคไม่ได้มาตรฐาน ผ้าเบรคมีรอยร้าว หรือแม้แต่เปลี่ยนผ้าเบรค แล้วไม่ได้เจียร์จานเบรค ทำให้ผ้าเบรคและจานเบรคไม่แนบกันสนิท จนเกิดเสียงเสียดสีขึ้น
อาการ : มีเสียงดังขณะเบรกให้สังเกตว่าดังมาจากจุดใด ดังทุกล้อ หรือแค่ล้อใดล้อหนึ่ง ถ้าดังเป็นคู่ เช่น คู่หน้าหรือหลัง ส่วนใหญ่เกิดจากผ้าเบรกและจานเบรกที่อาจจะหมดแล้วเสียดสีกัน
แต่ถ้าดังบางจุด อาจเกิดจากมีฝุ่นหรือหินหลุดเข้าไปเสียดสีระหว่างผ้าเบรกกับจานเบรก จึงควรตรวจสอบและแก้ไข บางกรณีก็อาจเกิดจาการใช้ผ้าเบรกที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ทางที่ดีควรเลือกใช้ผ้าเบรกจากโรงงานหรือยี่ห้อที่มีมาตรฐานเท่านั้น
2. เบรกแตก
หากมีปัญหาเบรกแตกนับได้ว่าอันตรายที่สุด
สาเหตุ
- น้ำมันเบรครั่วจากระบบ อาจมีการแตกชำรุด ของอุปกรณ์จนทำให้น้ำมันเบรคไหลออก จนไม่สามารถส่งถ่ายแรงดันไปกดกระบอกสูบเบรคได้ เช่น ท่อแป๊บน้ำมันเบรค ลูกยาง ตามจุดต่างๆเสื่อมสภาพ
- ผ้าเบรคหมด จนหลุดออกมา กรณีที่ไม่สังเกตผ้าเบรค และปล่อยจนผ้าเบรคหมด ตัวผ้าเบรคจะบางจนหลุดจากฝักก้ามเบรค และจะทำให้ลูกสูบเบรคหลุด
- ส่วนประกอบหลุดหลวม ซึ่งก็มีหลายจุดที่ให้ตรวจเช็ค เช่น สากแป้นเบรค น็อตยึดขาเบรค ฝักเบรก คาริบเปอร์ ซึ่งขับไปนานๆก็อาจมีการหลวม เคลื่อนได้ และอาจมากจนหลุดออกมา
- สายอ่อนเบรคแตก เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด สายอ่อนเบรคนั้น เวลาจอดจะไม่เห็นสิ่งผิดปกติ แต่เมื่อเสื่อมสภาพ สายพวกนี้เวลาเบรคจะพองตัว ไม่สามารถส่งน้ำมันไปยังกระบอกเบรคได้เต็มที่ และกรณีที่เบรคแรงๆ สายอ่อนนี้อาจแตกได้ ทำให้เบรคแตกอันตรายที่สุด หรือ บางทีช่างที่เปลี่ยนผ้าเบรกควลาใส่แล้วางตำแหน่งสายอ่อนเบรคไม่ดีจะทำให้สายเสียดสีกับล้อจนเสียหายได้ในที่สุด
อาการ : เวลาเหยียบแป้นเบรกจะจม จนกดติดพื้น และไม่มีการลดหรือชะลอความเร็ว ซึ่งจะเกิดอุบัติเหตุไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
3. เบรกสั่น
สาเหตุเกิดจากจานเบรกคดบิดตัว สึกหรอไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดขึ้นได้เมื่อใช้งานอย่างรุนแรงเกินไป หรือจานเบรกไม่ได้มาตรฐาน สาเหตุอื่นๆ เช่น เบรกความร้อนสูงแล้วลุยน้ำ อาการนี้เกิดได้ทั้งระบบดิสก์เบรกและดรัมเบรก ควรไปตรวจเช็คและเจียรจานเบรก
อาการ : เหยียบเบรกเบา ๆ แล้วแป้นเบรกสั่นขึ้น-ลง ระยะเริ่มแรกจะส่งอาการมาเบา ๆ ที่แป้นเบรก แต่ถ้าเยอะมาก ๆ อาจรู้สึกสั่นถึงพวงมาลัย หากปล่อยไว้ถึงชั้นรุนแรงอาจสั่นสะท้านไปทั้งคัน
4. เบรกทื่อ
เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น หม้อลมเบรกเริ่มรั่วซึมจากชุดผ้าใบภายในหรือวาล์ว PVC หรือ Combo Vale เสีย ทำให้แรงสุญญากาศของหม้อลมน้อย สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล อาจเป็นที่ปั๊มสุญญากาศที่บริเวณตูดไดชาร์จเสียรวมทั้งสายลมรั่ว เป็นต้น ควรรีบแก้ไขโดยด่วน
อาการ : เหยียบเบรกแล้วรู้สึกไม่ค่อยอยู่ จะรู้สึกเบรกแข็งๆ ต้องออกแรงเหยียบเบรกมากกว่าปกติ อาการเบรกตื้อๆ
ส่วนมากเกิดจากลูกยางแม่ปั๊มเบรกตัวบนสึกหรอ หรือบวม ทำให้แรงดันเบรกลดลง ต้องออกแรงเบรกมากขึ้น หรือทำให้ต้องย้ำเบรก ควรรีบแก้ไขโดยด่วน เพราะสิ่งที่จะตามมาคือเบรกแตก
อาการ : เหยียบเบรกแล้วแป้นเบรกจมลงต่ำกว่าปกติ หากเหยียบค้างไว้แล้วแป้นเบรกค่อย ๆ จมลง ๆ นั่นเป็นอาการของเบรกจมบ้างก็เรียกเบรกต่ำ
6. เบรกหมด
คือ ผ้า เบรกรถยนต์ ที่ใช้ไปหมดจนเหลือแต่แผ่นรองเบรก จนเกิดการเสียดสีกับจานเบรกอย่างรุนแรง ก่อนจะเกิดอาการนี้ ผ้าเบรคทั่วไปจะมีลิ้นยื่นออกมาเพื่อเป็นตัวเตือน เวลาผ้าเบรคใกล้หมด ซึ่งลิ้นนี้จะขุดกับจานเบรค จิ๊ดๆ บอกเราว่าผ้าเบรคบางแล้ว ซึ่งกลหากไม่แก้ไขจนผ้าเบรคหมดก็คงต้องเปลี่ยนจานเบรค สำหรับในรถรุ่นใหม่ๆ จะมีเซนเซอร์เตือนผ้าเบรคบอกบนหน้าปัดแล้ว
อาการ : เบรกแล้วเกิดเสียงดังเหมือนเหล็กเสียดสีกัน หากเริ่มได้ยินเสียงเหมือนเหล็กเสียสีกัน และเบรกมีอาการลื่นๆ นี่คืออาการของผ้าเบรกหมด จนโลหะของแผ่นผ้าเบรกสีกับจานเบรก ต้องรีบเปลี่ยนโดยทันที หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้ผ้าเบรกสีกับจานเบรกจนเสียหาย เผลอ ๆ ล
7. เบรกติด
สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการที่ลูกยางกันฝุ่นของแม่ปั๊มเบรกฉีกขาด ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปในกระบอกเบรกจนเกิดสนิท ติดขัดลูกสูบเบรกไม่สามารถเคลื่อนตัวเข้า-ออกได้ รวมถึงปัญหาซีนยางบวมผิดรูป ทำให้ลูกสูบที่คาลิปเปอร์เบรกไม่เลื่อนกลับ
อาการ : ปล่อยเบรกแล้ว แต่ยังมีแรงเบรกทำงานอยู่ อาการนี้เบรกจะทำงานอยู่ตลอดเวลา โดยที่เราไม่ทันได้เหยียบเบรก รถจะตื้อ ๆ เบรกร้อนมีกลิ่นเหม็นไหม้ จอดแล้ว เข็นรถยาก หรือไม่ได้เลย เป็นอาการของเบรกติด
8. เบรกปัด
อาจเกิดจากคราบน้ำมันหรือสารหล่อลื่นของชุดช่วงล่างกระเด็นมาโดนจานเบรก ทำให้ผิวลื่นมัน ความฝืดลดลง หรือเกิดจากประสิทธิภาพการสึกหรอของชุดคาลิปเปอร์เบรกที่มีแรงกดในแต่ละฝั่งแตกต่างกัน
อาการ : เบรกแล้วรถปัดเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง หากเบรกแล้วรถมีอาการปัดเอียงไปทางซ้าย แสดงว่าจุดที่คุณจะต้องตรวจสอบระบบเบรกอยู่ทางด้านขวา
9. เบรกเฟด
เกิดจากความร้อนของจานเบรกกับผ้าเบรดที่สูงเกินไป มาจากการใช้งานหนักเกินไป อาการเบรกเฟดนี้ ถือเป็นปัญหาของนักแข่งรถที่ชอบใช้เบรกแบบรุนแรง เบรกบ่อยๆ ติดต่อกันและมักเกิดกับรถที่ขับด้วยความเร็วสูง หากเคยมีอาการก็ควรปรับใช้ผ้าเบรกที่คุณภาพสูงขึ้นและน้ำมันเบรกที่มีค่า DOT สูงขึ้นกว่าเดิม
อาการ : เบรกแล้วลื่น เบรกไม่อยู่ในขณะที่ใช้ความเร็วสูงในเส้นทางขึ้นลงเขา อาจทำให้เราใช้เบรกต่อเนื่องมากเกินไป หรือในช่วงที่ใช้ความเร็วสูงมาก ๆ พอแตะเบรกครั้งแรกก็ปกติ แต่พอแตะเบรกอีกหลายๆ ที่กลับเกิดอาการลื่นเบรกไม่ตอบสนองซึ่งอันตรายมาก
10. เบรกสะท้าน
อาการ : เบรกกะทันหันแล้วเกิดเสียงดังกระพือ แป้นเบรกสั่นสะท้าน ถ้าเคยเจอกับอาการนี้ แต่ไม่ได้เป็นทุกครั้ง เจอแค่ตอนเบรกอย่างเต็มที่ และถ้ารถของคุณมีระบบเบรก ABS ก็ไม่ต้องตกใจ นั่นคืออาการจากการทำงานของชุดปั๊ม ABS ซึ่งจะเข้ามารับหน้าที่สร้างแรงเบรก 15-17 ครั้ง ต่อวินาทีแทนคุณทันที ที่คุณเบรกแบบฉุกเฉินจนล้อล็อค นั่นก็เพื่อให้คุณสามารถควบคุมทิศทางรถขณะเบรกกะทันหันอย่างเต็มที่ได้ ซึ่งเป็นอาการปกติเมื่อระบบ ABS ทำงาน
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ดรัมเบรค Drum brakes คือ ?
Posted by Contemporary industry
Posted on 03:48


ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ดิสก์เบรค (Disc Brake) คือ ?
Posted by Contemporary industry
Posted on 03:42

ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ชนิดของเบรค มีอะไรบ้าง ?
Posted by Contemporary industry
Posted on 03:37

ชนิดของเบรค ได้แก่
- ดรัมเบรค (Drum Brake)
- ดิสก์เบรค (Disc Brake)
- ดรัมเบรค (Drum Brake)
ในชุดเบรคแบบดรัม ประกอบด้วยตัวดรัม (Drum) เป็นโลหะวงกลมยึดติดกับดุมล้อ หมุนไปพร้อมล้อ และชุดฝักเบรค ซึ่งประกอบด้วยผ้าเบรค กลไกปรับตั้งเบรค สปริงดึงกลับ และลูกสูบปั้มเบรค ซึ่งสายน้ำมันเบรค ก็จะมาเชื่อมต่อกับตัวลูกสูบนี่แหละ ในการดันผ้าเบรคให้ไปเสียดทานกับดรัม เพื่อให้เกิดความฝืด
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
หน้าที่ของเบรกรถ | การทำงานของระบบเบรกรถยนต์
Posted by Contemporary industry
Posted on 03:33

นั่นก็คือคือ ในขณะที่เราเหยียบเบรคลงที่แป้นเบรค แรงเหยียบนี้ จะถูกส่งไปที่แม่ปั้มน้ำมันเบรค (Master Cylinder) เพื่อทำหน้าที่อัดแรงดันน้ำมันเบรค ออกไปตามท่อน้ำมันเบรค ผ่านวาล์วแยก ส่วนน้ำมันเบรค ไปจนถึงตัวเบรค ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณดุมล้อ และที่ตัวเบรค ก็จะมีลูกปั้มน้ำมันเบรค เมื่อได้รับแรงดันมา ลูกปั้มน้ำมันเบรคจะดันให้ผ้าเบรค ไปเสียดทานกับชุดจานเบรคที่อยู่ใกล้ กับจานดิสก์เบรค หรือ ดรัมเบรค เมื่อเกิดความฝืดขึ้น ล้อก็เริ่มหมุนช้าลง เมื่อเพิ่มน้ำหนัก เหยียบเบรคเข้าไปอีก แรงดันน้ำมันเบรคเพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งมีความฝืดที่ล้อเพิ่มขึ้น รถก็จะชลอความเร็วลง จนรถหยุดในที่สุด
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
การใช้งานระบบเบรครถยนต์ | Car brake
Posted by Contemporary industry
Posted on 03:21

เมื่อขับรถบริเวณที่น้ำท่วมหรือเมื่อผ้าเบรคและจานเบรคเปียกน้ำ จะส่งผลให้การห้ามล้อของผ้าเบรคและจานเบรคมีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นขณะขับรถควรลองเหยียบเบรคประมาณ 3-4 ครั้งเพื่อทำการไล่น้ำออกจากผ้าและจานเบรค
ขณะขับรถลงทางชันหรือภูเขา หากเหยียบเบรคหรือใช้งานเบรคมากๆ อาจส่งผลให้ผ้าเบรคและจานเบรคมีความร้อนสะสมสูง ตลอดจนน้ำมันเบรคมีอุณหภูมิที่สูงขึ้นด้วยซึ่งอาจทำให้น้ำมันเบรคเดือด ซึ่งจะก่อให้เกิดฟองอากาศในระบบน้ำมันเบรคส่งผลให้แรงดันน้ำมันเบรคลดลง อันจะส่งผลต่อการห้ามล้อต่อไป ดังนั้น เมื่อขับรถลงทางชันหรือภูเขา ควรเปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ที่ตำแหน่ง 3 หรือ 2 เพื่อให้เครื่องยนต์ช่วยเบรค(Engine brake)
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
ความรู้เรื่องระบบเบรครถยนต์ | ส่วนประกอบหลักๆ ที่สำคัญมีอะไรบ้าง?
Posted by Contemporary industry
Posted on 03:16

ระบบเบรครถยนต์จะมีวงจรน้ำมันเบรค 2 วงจรแยกน้ำมันเบรคออกจากกัน ซึ่งเมื่อน้ำมันเบรครั่วซึมที่วงจรใดวงจรหนึ่ง ระบบเบรคของอีกวงจรก็ยังสามารถทำงานเพื่อห้ามล้อได้ โดยระบบเบรครถยนต์ประกอบด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้
1.แป้นเหยียบเบรค
2.หม้อลมเบรค(Brake booster หรือ Power booster) ภายในจะเป็นสุญญากาศช่วยเพิ่มแรงกดที่รับมาจากแป้นเหยียบเบรคมากขึ้น
3.แม่ปั๊มเบรค(Master cylinder) ทำหน้าที่เปลี่ยนแรงที่รับมาจากหม้อลมเบรคให้เป็นแรงดันน้ำมันไฮดรอลิคหรือแรงดันน้ำมันเบรคเพื่อที่จะส่งผ่านท่อน้ำมันเบรคไปยังชุดห้ามล้อต่อไป
3.ชุดห้ามล้อ มี 2 ชนิด ได้แก่
ชุดห้ามล้อแบบ Disc brake เมื่อได้รับแรงดันน้ำมันเบรค Caliper ซึ่งมีผ้าเบรค (Disc brake pad)ติดอยู่จะทำการหนีบผ้าเบรคเข้ากับจานเบรค
ชุดห้ามล้อแบบ Drum brake เมื่อได้รับแรงดันน้ำมันเบรคฝักเบรค (Brake shoe) ซึ่งมีผ้าเบรค(Drum brake pad)ติดอยู่จะทำการดันผ้าเบรคเข้ากับจานเบรค
ป้ายกำกับ:
เบรค,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
การทำงานของระบบเบรคของรถยนต์ | อธิบายการทำงาน แบบเข้าใจง่าย | How Car Brake Works
Posted by Contemporary industry
Posted on 23:45

แสดงการทำงานของระบบห้ามล้อในรถยนต์ (ระบบเบรค) Brake system in car ที่จะทำให้เข้าใจได้ง่ายๆ ด้วยรูปแบบของสื่อเป็นภาพเคลื่อนไหว 2มิติ (Animation 2D)
ป้ายกำกับ:
เบรค,
รถยนต์,
ระบบเบรค,
ระบบห้ามล้อ,
ห้ามล้อ,
Brake,
Brake system
หมวดหมู่ยานยนต์
- การออกแบบยานยนต์ (1)
- การออกแบบระบบส่งกำลัง (1)
- ขับขี่อัตโนมัติ (2)
- ขับรถประหยัดน้ำมัน (1)
- ข่าวยานยนต์ (4)
- ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า (1)
- คู่มือEV (2)
- คู่มือช่าง (1)
- ดูแลรถEV (2)
- เกียร์ EV (1)
- เกียร์DCT (1)
- เกียร์ธรรมดา (2)
- เกียร์รถยนต์ (5)
- เกียร์รถยนต์ไฟฟ้า (1)
- เกียร์อัตโนมัติ (8)
- เครื่องจักร (2)
- เครื่องมือ (1)
- เครื่องมือช่าง (1)
- เครื่องยนต์ (81)
- เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (1)
- เครื่องยนต์ 4 จังหวะ (1)
- เครื่องยนต์เล็ก (2)
- แก๊สโซลีน (3)
