ในการออกแบบวิศวกรรมเครื่องกล "ความล้าสะสม" (Fatigue) คือสาเหตุหลักที่ทำให้เฟืองเกียร์เสียหายแม้จะรับแรงไม่เกินจุด Yield Point บทความนี้จะอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในระดับโครงสร้างจุลภาค (Microstructure) เพื่อความเข้าใจในการซ่อมบำรุงและเลือกใช้วัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ
1. จุดเริ่มต้น: การเกิดรอยแยกขนาดจิ๋ว (Crack Initiation)
ในระดับจุลภาค ผิวสัมผัสของฟันเฟืองไม่ได้เรียบเนียนสนิท ความล้าเริ่มต้นจากการเกิด Slip Bands ภายในผลึกโลหะ เมื่อเฟืองหมุนขบกันซ้ำๆ ความเค้นจะรวมตัวกันที่จุดบกพร่อง เช่น สารมลทิน (Inclusions) หรือขอบเกรน (Grain Boundaries)
2. การขยายตัวของรอยแตก (Crack Propagation)
เมื่อรอยแตกขนาดเล็กเกิดขึ้นแล้ว แรงเค้นจากการขบกันจะผลักดันให้รอยแตกขยายตัวลึกลงไปในเนื้อวัสดุ ในขั้นตอนนี้เรามักจะพบลักษณะที่เรียกว่า "Striations" หรือเส้นริ้วที่แสดงถึงรอบการรับภาระในแต่ละครั้ง
3. การแตกหักอย่างฉับพลัน (Final Fracture)
เมื่อรอยแตกขยายตัวจนพื้นที่หน้าตัดของเนื้อวัสดุเหลือไม่เพียงพอที่จะรับแรงได้อีกต่อไป เฟืองจะเกิดการแตกหัก (Fracture) อย่างรวดเร็ว ซึ่งมักนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงของระบบเกียร์ (Catastrophic Failure)
Key Takeaway: การตรวจสอบความล้าสะสมในระดับจุลภาคช่วยให้เราคาดการณ์อายุการใช้งาน (Fatigue Life) ของชิ้นส่วนได้อย่างแม่นยำผ่านกราฟ S-N Curve
ปัจจัยที่มีผลต่อความล้าในระดับ Microscale:
- Surface Roughness: ความขรุขระของผิวฟันเฟือง
- Residual Stress: เค้นตกค้างจากการชุบแข็ง
- Microstructure: ขนาดของเกรนและโครงสร้างเฟสของเหล็ก