ความล้าของโลหะ (Metal Fatigue) คือปรากฏการณ์ที่วัสดุเกิดการแตกหักเสียหายเมื่อได้รับแรงกระทำซ้ำๆ (Cyclic Loading) แม้ว่าแรงนั้นจะน้อยกว่าค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุดของวัสดุก็ตาม หัวใจสำคัญของการเข้าใจปรากฏการณ์นี้ไม่ได้อยู่ที่พื้นผิวภายนอกเท่านั้น แต่อยู่ที่ โครงสร้างผลึก (Crystal Structure) ของโลหะเอง
1. จุดเริ่มต้นที่ระนาบการเลื่อน (Slip Planes)
โลหะส่วนใหญ่มีโครงสร้างผลึกแบบ BCC, FCC หรือ HCP เมื่อได้รับแรงกระทำ อะตอมจะเกิดการเคลื่อนที่ตามระนาบที่เรียกว่า Slip Planes การเคลื่อนที่ของ Dislocations (ความไม่สมบูรณ์ในผลึก) ภายใต้แรงกระทำซ้ำๆ จะทำให้เกิดการสะสมของความเค้นในระดับไมโคร
2. การเกิด Persistent Slip Bands (PSBs)
เมื่อแรงกระทำซ้ำไปมา Dislocations จะรวมตัวกันกลายเป็นแถบที่เรียกว่า Persistent Slip Bands (PSBs) ซึ่งจะปรากฏเป็นรอยนูน (Extrusions) และรอยบุ๋ม (Intrusions) บนพื้นผิวโลหะ จุดเหล่านี้คือ "จุดกำเนิดรอยร้าว" (Crack Initiation) ที่สำคัญที่สุด
3. จากรอยร้าวขนาดเล็กสู่การวิบัติ
การเข้าใจความล้าผ่านโครงสร้างผลึกช่วยให้เราทำนายได้ว่า โลหะที่มีโครงสร้างแบบ FCC (เช่น อะลูมิเนียม) อาจเกิดความล้าได้ง่ายกว่าในบางสภาวะเนื่องจากมีระบบการเลื่อน (Slip Systems) ที่มากกว่า ทำให้รอยร้าวขยายตัวได้ต่อเนื่องจนนำไปสู่การหักชำร่วยอย่างกะทันหัน (Catastrophic Failure)