ในการพัฒนาวัสดุศาสตร์ การเข้าใจว่าทำไมวัสดุถึงเสื่อมสภาพลงถือเป็นกุญแจสำคัญ Transmission Electron Microscopy (TEM) จึงเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการส่องสำรวจโครงสร้างระดับอะตอม เพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผลึกที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
ทำไมต้องใช้ TEM ในการวิเคราะห์การเสื่อมสภาพ?
เมื่อวัสดุเกิดการเสื่อมสภาพ (Degradation) มักเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็นในระดับไมโคร เช่น การเกิดข้อบกพร่องในผลึก (Crystal Defects), การแยกตัวของเฟส (Phase Separation) หรือการขยายตัวของรอยร้าวขนาดเล็ก การใช้ TEM ช่วยให้เราเห็น:
- Lattice Distortion: การบิดเบี้ยวของระนาบผลึก
- Amorphization: การเปลี่ยนจากโครงสร้างผลึกเป็นโครงสร้างอสัณฐาน
- Chemical Mapping: การกระจายตัวของธาตุที่เปลี่ยนไปผ่านเทคนิค EDS หรือ EELS
ขั้นตอนการวิเคราะห์โครงสร้างผลึกด้วย TEM
1. การเตรียมตัวอย่าง (Sample Preparation)
เนื่องจากลำอิเล็กตรอนต้องทะลุผ่านตัวอย่าง ตัวอย่างจึงต้องมีความบางน้อยกว่า 100 นาโนเมตร โดยมักใช้เทคนิค Focused Ion Beam (FIB) เพื่อตัดชิ้นงานเฉพาะจุดที่เกิดการเสื่อมสภาพ
2. การถ่ายภาพในโหมด HRTEM
High-Resolution TEM (HRTEM) ช่วยให้เราเห็นการจัดเรียงตัวของอะตอมโดยตรง ทำให้สามารถระบุได้ว่าจุดไหนที่ระนาบผลึกเริ่มผิดเพี้ยนไปจากเดิม
3. การวิเคราะห์ด้วย Selected Area Electron Diffraction (SAED)
เทคนิค SAED ใช้เพื่อยืนยันความเป็นผลึก หากรูปแบบจุด (Diffraction Spots) เริ่มจางลงหรือกลายเป็นวงแหวน (Rings) แสดงว่าโครงสร้างผลึกนั้นเริ่มเสื่อมสภาพและกลายเป็น Polycrystalline หรือ Amorphous
สรุปผลการวิเคราะห์
การวิเคราะห์ด้วย TEM ไม่เพียงแต่บอกว่าวัสดุพังอย่างไร แต่ยังบอกถึง "สาเหตุ" ในระดับลึก ช่วยให้นักวิจัยสามารถปรับปรุงสูตรโครงสร้างผลึกให้มีความทนทานต่อการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น