การตรวจวิเคราะห์พื้นผิวของ เฟือง (Gears) ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแบบส่องกราด หรือ SEM (Scanning Electron Microscopy) นั้น ความละเอียดของภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญเริ่มต้นที่ "ขั้นตอนการเตรียมชิ้นงาน" หากเตรียมไม่ดี อาจเกิดปรากฏการณ์สะสมประจุ (Charging Effect) ที่ทำให้ภาพบิดเบือนได้
ขั้นตอนที่ 1: การทำความสะอาด (Cleaning)
เฟืองส่วนใหญ่มักมีคราบน้ำมันหล่อลื่นหรือเศษโลหะติดอยู่ การเตรียมชิ้นงาน SEM ที่ดีต้องกำจัดสิ่งสกปรกเหล่านี้ออกให้หมด:
- ใช้เครื่องล้างความถี่สูง (Ultrasonic Cleaner) ร่วมกับสารละลายจำพวก Acetone หรือ Ethanol ประมาณ 10-15 นาที
- เป่าให้แห้งด้วยก๊าซไนโตรเจนบริสุทธิ์เพื่อป้องกันคราบน้ำหรือการเกิดออกไซด์ใหม่
ขั้นตอนที่ 2: การตัดและติดตั้งชิ้นงาน (Cutting and Mounting)
เนื่องจากเฟืองมีความหนาและซอกมุม (Gear Teeth) การเลือกจุดที่ต้องการวิเคราะห์จึงสำคัญ:
- Sectioning: หากเฟืองมีขนาดใหญ่เกินไป ควรตัดเฉพาะส่วนฟันเฟืองที่ต้องการตรวจ โดยใช้เครื่องตัดความเร็วต่ำเพื่อลดความร้อนที่อาจเปลี่ยนโครงสร้างจุลภาค
- Mounting: ใช้กาวเงิน (Silver Paste) หรือเทปคาร์บอน (Carbon Tape) ที่นำไฟฟ้าได้ดีในการยึดชิ้นงานเข้ากับ Stub เพื่อให้กระแสอิเล็กตรอนไหลลงกราวด์ได้สะดวก
ขั้นตอนที่ 3: การเคลือบผิวชิ้นงาน (Sputter Coating)
หากเฟืองของคุณผ่านการชุบแข็งหรือมีส่วนประกอบที่ไม่นำไฟฟ้า การเคลือบผิวด้วยทอง (Gold) หรือแพลทินัม (Platinum) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้:
- การเคลือบช่วยเพิ่มการคายอิเล็กตรอนทุติยภูมิ (Secondary Electrons) ทำให้ได้ภาพที่มีความคมชัดสูง
- ควรเคลือบให้มีความหนาประมาณ 10-20 นาโนเมตร เพื่อไม่ให้บดบังรายละเอียดพื้นผิวที่แท้จริง
เคล็ดลับฉบับผู้เชี่ยวชาญ: สำหรับการวิเคราะห์รอยแตก (Failure Analysis) บนฟันเฟือง ควรเน้นการทำความสะอาดบริเวณร่องฟันเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่สะสมสิ่งสกปรกได้ง่ายที่สุด
การใส่ใจในทุกรายละเอียดของการ เตรียมชิ้นงาน SEM จะช่วยให้คุณได้รับภาพวิเคราะห์ที่มีคุณภาพสูง แม่นยำ และสามารถนำไปใช้ในงานวิจัยหรือการตรวจสอบคุณภาพการผลิตได้อย่างมั่นใจ