เคยสงสัยไหมว่าทำไมรถเกียร์ออโต้ถึงหยุดนิ่งได้โดยที่เครื่องยนต์ไม่ดับ? คำตอบอยู่ที่ "ทอร์คคอนเวอร์เตอร์" (Torque Converter) อุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ทำหน้าที่ส่งกำลังระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเทคนิคการทำงานของมันกันครับ
Torque Converter คืออะไร?
ในระบบเกียร์อัตโนมัติ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ ทำหน้าที่แทนคลัตช์ในเกียร์ธรรมดา โดยใช้ "ของเหลว" หรือน้ำมันเกียร์ในการส่งผ่านกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังชุดเกียร์ เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปได้อย่างนุ่มนวล
ส่วนประกอบสำคัญและการทำงาน
ระบบนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักที่ทำงานประสานกันในตัวเรือนที่ปิดสนิท:
- Impeller (Pump): เชื่อมต่อกับเครื่องยนต์ หมุนตามรอบเครื่องเพื่อเหวี่ยงน้ำมันเกียร์ออกไป
- Turbine: รับแรงดันน้ำมันจาก Impeller เพื่อไปปั่นเพลาส่งกำลังของเกียร์
- Stator: ตัวช่วยปรับทิศทางการไหลของน้ำมันกลับไปยัง Impeller เพื่อเพิ่มแรงบิด (Torque Multiplier)
ขั้นตอนการทำงานของระบบเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์
การทำงานของ Torque Converter สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะหลัก ดังนี้:
- Stall (รถหยุดนิ่ง): เครื่องยนต์หมุน Impeller แต่น้ำมันยังไม่มีแรงพอจะหมุน Turbine ทำให้รถหยุดนิ่งได้โดยเครื่องไม่ดับ
- Acceleration (การเร่งความเร็ว): เมื่อเหยียบคันเร่ง น้ำมันจะถูกฉีดไปยัง Turbine อย่างรวดเร็ว Stator จะช่วยรีไซเคิลน้ำมันเพื่อเพิ่มแรงบิดมหาศาล
- Coupling (การเชื่อมต่อ): เมื่อความเร็วคงที่ ทั้ง Impeller และ Turbine จะหมุนด้วยความเร็วใกล้เคียงกัน ลดการสูญเสียพลังงาน
เทคนิคควรรู้: ในรถรุ่นใหม่จะมีระบบ Lock-up Clutch ที่ช่วยเชื่อมต่อเครื่องยนต์กับเกียร์โดยตรงในช่วงความเร็วคงที่ เพื่อประหยัดน้ำมันสูงสุด
สรุป
การเข้าใจว่า ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ทำงานอย่างไร จะช่วยให้คุณถนอมเกียร์อัตโนมัติได้ดีขึ้น เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ตามกำหนด เพื่อรักษาแรงดันและการระบายความร้อนในระบบให้คงประสิทธิภาพอยู่เสมอ
ความรู้เรื่องรถ, เกียร์อัตโนมัติ, ทอร์คคอนเวอร์เตอร์, Torque Converter, ซ่อมรถยนต์, เทคนิคเกียร์ออโต้