เคยสงสัยไหมว่า ทำไมจอดรถทิ้งไว้กลางแดดนานๆ ถึงไม่มีกลิ่นน้ำมันโชยออกมา? หรือทำไมถังน้ำมันถึงไม่ระเบิดจากแรงดันภายใน? คำตอบคือรถของคุณมี ระบบควบคุมไอระเหยน้ำมันเชื้อเพลิง หรือที่เรียกว่า ระบบ EVAP (Evaporative Emission Control System) นั่นเองครับ
ระบบควบคุมไอระเหย EVAP คืออะไร?
ระบบ EVAP คือ ระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ไอระเหยของน้ำมันเชื้อเพลิงหลุดรอดออกไปสู่ชั้นบรรยากาศ เนื่องจากน้ำมันเบนซินสามารถระเหยได้ง่ายแม้ในอุณหภูมิปกติ หากไม่มีระบบนี้ ไอระเหยจะสร้างมลพิษและทำให้สูญเสียเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์
ส่วนประกอบหลักของระบบ EVAP
- ถังน้ำมัน (Fuel Tank): มีพื้นที่ว่างด้านบนสำหรับเก็บไอระเหย
- ถังดักไอ (Charcoal Canister): กระป๋องที่บรรจุผงถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) ทำหน้าที่ดูดซับไอระเหยน้ำมัน
- วาล์วควบคุมการระบาย (Purge Valve): ทำหน้าที่เปิด-ปิด เพื่อส่งไอระเหยไปเผาไหม้ในเครื่องยนต์
- สายทางเดินไอระเหย (Vapor Lines): ท่อทางเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ
หลักการทำงานของระบบ EVAP
การทำงานของระบบ EVAP สามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลักๆ ดังนี้:
1. ช่วงดับเครื่องยนต์ (Storage Phase)
เมื่อเราดับรถและจอดทิ้งไว้ น้ำมันในถังจะระเหยกลายเป็นก๊าซเนื่องจากความร้อน ไอระเหยเหล่านี้จะเดินทางตามท่อไปกักเก็บไว้ที่ Charcoal Canister โดยผงถ่านจะทำหน้าที่ "ดักจับ" โมเลกุลน้ำมันไว้ ไม่ให้ไหลออกสู่ภายนอก
2. ช่วงเครื่องยนต์ทำงาน (Purging Phase)
เมื่อเราสตาร์ทรถและขับขี่ กล่อง ECU จะสั่งให้ Purge Valve เปิดออก แรงดูดจากท่อไอดีจะดูดอากาศภายนอกให้ไหลผ่านถังดักไอ เพื่อพาเอาไอระเหยที่กักเก็บไว้เข้าไปเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์อีกครั้ง กระบวนการนี้ช่วยให้ประหยัดน้ำมันและลดมลพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สัญญาณเตือนเมื่อระบบ EVAP มีปัญหา
หากระบบนี้ทำงานผิดปกติ คุณอาจพบอาการดังนี้:
- ไฟรูปเครื่องยนต์ (Check Engine) โชว์บนหน้าปัด
- ได้กลิ่นน้ำมันโชยออกมาจากตัวรถ
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- เครื่องยนต์เดินเบาไม่นิ่งในบางครั้ง
สรุป: ระบบ EVAP ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพของรถยนต์อีกด้วย การตรวจเช็คฝาถังน้ำมันและสภาพสายยางเป็นประจำจะช่วยยืดอายุการใช้งานระบบนี้ได้ครับ
ความรู้เรื่องรถ, ระบบ EVAP, การดูแลรถยนต์, ไอระเหยน้ำมัน, ซ่อมรถยนต์, มลพิษทางอากาศ