เคยสงสัยไหมว่าทำไมรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ถึงมีความทนทานสูงแม้ขับขี่ในสภาพอากาศร้อนจัด? คำตอบอยู่ที่ ระบบป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกิน (Heat Protection System) ซึ่งเปรียบเสมือนสมองกลที่คอยเฝ้าระวังไม่ให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหายหนักจากความร้อนสะสม
ระบบป้องกันเครื่องยนต์ร้อนเกิน (Heat Protection) ทำงานแบบไหน?
เมื่อเซนเซอร์ตรวจพบว่า อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น (Coolant Temperature) สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน กล่อง ECU จะเริ่มใช้กลไกการป้องกันตามลำดับความรุนแรง ดังนี้:
[Image of car engine cooling system diagram]1. การปรับการจ่ายน้ำมันและองศาจุดระเบิด (Fuel & Ignition Retard)
ในขั้นแรก ระบบจะสั่งฉีดน้ำมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยลดอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ และปรับลดองศาการจุดระเบิดเพื่อลดแรงเค้นที่เกิดจากความร้อน วิธีนี้ช่วยป้องกันการน็อกของเครื่องยนต์
2. ระบบ Limp Home Mode (Safe Mode)
หากความร้อนยังไม่ลดลง ระบบ Heat Protection จะสั่งจำกัดรอบเครื่องยนต์ หรือตัดการทำงานของระบบปรับอากาศ (Air Conditioning) เพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ให้เหลือน้อยที่สุด ช่วยให้คุณสามารถประคองรถเข้าจอดในที่ปลอดภัยได้
3. ระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ (Engine Shutdown)
ในกรณีวิกฤตที่อาจส่งผลให้ฝาสูบโก่งหรือลูกสูบติด ระบบจะทำการตัดการทำงานของเครื่องยนต์ทันทีเพื่อรักษาโครงสร้างหลักของเครื่องยนต์ไว้
สรุป: การดูแลระบบระบายความร้อนให้สมบูรณ์อยู่เสมอ เช่น การเช็คระดับน้ำหล่อเย็นและพัดลมไฟฟ้า จะช่วยให้ระบบ Heat Protection ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป และยืดอายุการใช้งานรถยนต์ของคุณได้ยาวนานขึ้น
ความรู้เรื่องรถ, ดูแลรถยนต์, Heat Protection, เครื่องยนต์ร้อน, ซ่อมรถยนต์, สาระไอทีรถยนต์