ในการออกแบบระบบส่งกำลังเชิงกล (Mechanical Power Transmission) หัวใจสำคัญที่วิศวกรต้องคำนึงถึงคือ การวิเคราะห์ความทนทานของเฟือง (Gear Durability Analysis) เพื่อป้องกันความเสียหายก่อนเวลาอันควร และยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรให้ยาวนานที่สุด
ปัจจัยสำคัญในการวิเคราะห์ความทนทานของเฟือง
การวิเคราะห์ความทนทานไม่ได้ดูเพียงแค่ความแข็งแรงของวัสดุเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงแรงกระทำซ้ำๆ (Fatigue) ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายหลัก 2 รูปแบบ คือ:
- ความเค้นดัดที่โคนฟัน (Bending Stress): หากแรงที่กระทำเกินขีดจำกัด อาจทำให้ฟันเฟืองหัก (Tooth Breakage)
- ความเค้นสัมผัสที่ผิวฟัน (Contact Stress): นำไปสู่การกะเทาะของผิวฟัน (Pitting) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของเสียงดังและการสั่นสะเทือน
ขั้นตอนการคำนวณตามมาตรฐาน AGMA
วิศวกรส่วนใหญ่นิยมใช้มาตรฐาน AGMA (American Gear Manufacturers Association) ในการคำนวณหาค่าความปลอดภัย (Safety Factor) โดยมีสมการพื้นฐานที่เกี่ยวข้องดังนี้:
$$\sigma = W_t K_o K_v K_s \frac{1}{F m J}$$
โดยที่ $\sigma$ คือความเค้นที่เกิดขึ้น, $W_t$ คือแรงในแนวเส้นสัมผัส และตัวแปร K ต่างๆ คือตัวคูณปรับแก้ตามสภาพการใช้งาน เช่น แรงกระแทกและความแม่นยำในการผลิต
สรุปการเลือกวัสดุเพื่อเพิ่มความทนทาน
การเพิ่มความทนทานของเฟืองทำได้โดยการเลือกใช้วัสดุที่มีความแข็งผิวสูง เช่น เหล็กกล้าผสมที่ผ่านการชุบแข็ง (Hardened Alloy Steel) และการออกแบบ Geometry ของเฟือง ให้เหมาะสมกับภาระงาน (Load Profile) ในระบบส่งกำลังนั้นๆ
วิเคราะห์เฟือง, ระบบส่งกำลัง, วิศวกรรมเครื่องกล, ความทนทานวัสดุ