ในการเลือกซื้อรถยนต์หรือศึกษาเรื่องวิศวกรรมยานยนต์ หัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้คือ ระบบส่งกำลัง (Powertrain System) ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกโครงสร้างและกลไกการทำงานของแต่ละประเภทกันครับ
1. ระบบเกียร์ธรรมดา (Manual Transmission - MT)
โครงสร้างของเกียร์ธรรมดาเน้นความทนทานและการตอบสนองที่สั่งได้ดั่งใจ ประกอบด้วย ชุดคลัตช์ (Clutch Assembly) และชุดเฟืองเกียร์หลายขนาดที่ติดตั้งบนเพลาส่งกำลัง
- จุดเด่น: การสูญเสียกำลังต่ำและซ่อมบำรุงง่าย
- กลไกหลัก: ใช้การเลื่อนปลอกเกียร์ (Slider) เพื่อล็อคเฟืองเกียร์ให้ติดกับเพลา
2. ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ (Torque Converter AT)
เป็นระบบที่นิยมที่สุดในรถยนต์นั่งทั่วไป โดยใช้ ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ (Torque Converter) แทนคลัตช์ เพื่อส่งกำลังผ่านของเหลว (ATF) ทำให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล
- โครงสร้างภายใน: ประกอบด้วยชุดเฟืองแพลนเนตทารี (Planetary Gear Sets) ที่ทำงานร่วมกับชุดคลัตช์ซ้อนกันหลายแผ่น
3. ระบบเกียร์แปรผันต่อเนื่อง (Continuously Variable Transmission - CVT)
โครงสร้างของ เกียร์ CVT แตกต่างจากประเภทอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีชุดเฟืองเกียร์ แต่ใช้ สายพานเหล็ก (Steel Belt) วิ่งระหว่างพูลเลย์ (Pulley) สองตัวที่ปรับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางได้
- ข้อดี: ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในรอบที่ประหยัดน้ำมันที่สุดตลอดเวลา
4. ระบบเกียร์คลัตช์คู่ (Dual-Clutch Transmission - DCT)
เทคโนโลยีที่รวมข้อดีของเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติเข้าด้วยกัน โดยมีคลัตช์ 2 ชุดแยกกันทำงานระหว่างเกียร์เลขคี่และเกียร์เลขคู่ ทำให้เปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วในระดับมิลลิวินาที
สรุปแล้ว ระบบส่งกำลัง แต่ละประเภทมีจุดประสงค์การใช้งานที่ต่างกัน การเข้าใจโครงสร้างเหล่านี้จะช่วยให้คุณดูแลรักษารถได้ดียิ่งขึ้นครับ
ระบบส่งกำลัง, วิศวกรรมยานยนต์, เกียร์รถยนต์, ความรู้เรื่องรถ