ในปัจจุบันเทคโนโลยียานยนต์กำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์ที่ต้องใช้คนขับ 100% ไปสู่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่า Level 2, Level 3 และ Level 4 ที่ค่ายรถต่าง ๆ พูดถึงนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร? บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจระบบ Self-Driving อย่างชัดเจนครับ
ทำความเข้าใจระดับของระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (SAE Levels)
สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ (SAE) ได้แบ่งระดับความฉลาดของรถยนต์ไว้ 6 ระดับ (0-5) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่น่าสนใจที่สุดคือช่วง Level 2 ถึง Level 4 ดังนี้ครับ:
🚗 Level 2: Partial Automation (ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง)
ระดับนี้คือเทคโนโลยีที่เราพบได้บ่อยในรถยนต์รุ่นใหม่ปัจจุบัน เช่น Tesla Autopilot หรือระบบ Adaptive Cruise Control ร่วมกับ Lane Keeping.
- การทำงาน: รถสามารถควบคุมความเร็วและทิศทางพวงมาลัยได้พร้อมกันในบางสถานการณ์
- หน้าที่ของผู้ขับขี่: ต้องจดจ่ออยู่กับถนนตลอดเวลา และมือต้องพร้อมจับพวงมาลัยเพื่อแก้ไขสถานการณ์ทันที
🚘 Level 3: Conditional Automation (ระบบขับอัตโนมัติแบบมีเงื่อนไข)
นี่คือจุดเริ่มต้นของ "รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ" ที่แท้จริงในเงื่อนไขที่กำหนด เช่น การขับขี่บนทางด่วนที่มีการจราจรหนาแน่น
- การทำงาน: ระบบสามารถตรวจจับสภาพแวดล้อมและตัดสินใจขับเคลื่อนเองได้ทั้งหมดในสภาวะที่เหมาะสม
- หน้าที่ของผู้ขับขี่: ไม่จำเป็นต้องจดจ่อตลอดเวลา (เช่น ดูหนังหรืออ่านหนังสือได้) แต่ ต้องพร้อมกลับมาควบคุมรถทันที เมื่อระบบส่งสัญญาณเตือน
🤖 Level 4: High Automation (ระบบขับอัตโนมัติระดับสูง)
ในระดับนี้ รถสามารถขับเคลื่อนเองได้โดยสมบูรณ์ในพื้นที่หรือเงื่อนไขที่กำหนด (Geofencing) เช่น ในเขตเมืองที่กำหนดไว้ หรือ Robotaxi
- การทำงาน: รถจัดการได้ทุกสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เอง แม้ผู้ขับขี่จะไม่ตอบสนองต่อการแจ้งเตือน รถจะทำการจอดในที่ปลอดภัยให้เอง
- หน้าที่ของผู้ขับขี่: สามารถหลับหรือพักผ่อนได้ยาว ๆ ตราบใดที่รถยังวิ่งอยู่ในพื้นที่รองรับ
ตารางเปรียบเทียบความแตกต่าง (Summary Table)
| || คุณสมบัติ | Level 2 | Level 3 | Level 4 |
|---|---|---|---|
| การควบคุม | คน + ระบบช่วย | ระบบเป็นหลัก | ระบบสมบูรณ์แบบ |
| ความสนใจของผู้ขับ | ต้องจดจ่อตลอดเวลา | ไม่ต้องจดจ่อ (แต่ต้องพร้อมสแตนด์บาย) | ไม่ต้องสนใจเลย |
สรุปได้ว่า ความแตกต่างหลักอยู่ที่ "ความรับผิดชอบ" ยิ่งระดับสูงขึ้น ความรับผิดชอบจะย้ายจากมนุษย์ไปอยู่ที่ตัวรถมากขึ้นนั่นเอง
รถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไร้คนขับ, เทคโนโลยีใหม่, Autonomous Car, EV Car, ความรู้รถยนต์