ในโลกของอุตสาหกรรมและยานยนต์ ระบบส่งกำลัง (Transmission System) ถือเป็นหัวใจหลักที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดกำลังจากต้นกำลังไปยังส่วนต่าง ๆ การทำความเข้าใจ วิธีการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ระบบส่งกำลังสึกหรอ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าซ่อมบำรุงที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการสึกหรอของระบบส่งกำลัง
การวิเคราะห์หาความผิดปกติสามารถจำแนกออกเป็นปัจจัยด้านเทคนิคและสิ่งแวดล้อม ดังนี้:
- การหล่อลื่น (Lubrication): ปัจจัยอันดับหนึ่งคือคุณภาพของน้ำมันเกียร์ หากน้ำมันเสื่อมสภาพจะเกิดแรงเสียดทานสูง
- ภาระงาน (Load Stress): การบรรทุกหนักหรือการทำงานเกินกำลัง (Overload) ส่งผลโดยตรงต่อฟันเฟืองและเพลา
- ความร้อน (Thermal Stress): อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้โลหะขยายตัวและสูญเสียคุณสมบัติการรับแรง
- การปนเปื้อน (Contamination): เศษโลหะหรือฝุ่นละอองที่เข้าไปปนในระบบจะทำตัวเป็นสารขัดถู
ขั้นตอนการวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ เราควรใช้วิธีการวิเคราะห์ตามมาตรฐานดังนี้:
1. การวิเคราะห์น้ำมัน (Oil Analysis)
ตรวจสอบเศษโลหะ (Wear Debris) ที่ปนอยู่ในน้ำมัน เพื่อระบุว่าชิ้นส่วนใดที่กำลังสึกหรอ เช่น หากพบทองแดงอาจหมายถึงบูชหรือแหวนทองเหลืองมีปัญหา
2. การตรวจวัดความสั่นสะเทือน (Vibration Analysis)
ใช้เซนเซอร์วัดความถี่ที่ผิดปกติ เพื่อหาจุดที่มีการเยื้องศูนย์ (Misalignment) หรือฟันเฟืองที่บิ่นเสียหาย
3. การตรวจสอบด้วยสายตาและเครื่องมือวัด (Visual Inspection)
การใช้กล้อง Borescope ส่องดูสภาพพื้นผิวฟันเฟือง (Pitting) และการวัดระยะห่าง (Backlash) ของเฟือง
สรุปแล้ว วิธีการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ระบบส่งกำลังสึกหรอ ไม่ใช่เพียงการซ่อมเมื่อเสีย แต่คือการหมั่นตรวจสอบเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ
การซ่อมบำรุง, ระบบส่งกำลัง, วิเคราะห์การสึกหรอ, วิศวกรรมเครื่องกล